คาสิโนออนไลน์
pussy888

บาคาร่า

คาสิโนออนไลน์

สมัครรับโบนัสคาสิโนออนไลน์

ธงชายหาด

918kiss

pussy888

บาคาร่า

joker123

บาคาร่า

คาสิโน royal g-club

เว็บพนันออนไลน์

สล็อตออนไลน์

สล็อตออนไลน์

เกมสลอตออนไลน์

คาสิโน

รับติดป้ายโฆษณา รับติดป้ายโฆษณา เล่นสล็อตฟรี เว็บแทงบอล รับติดป้ายโฆษณา แทงบอล

บาคาร่า บาคาร่า บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป สล็อตรวมค่าย บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

รับติดป้ายโฆษณา ไนโตรเจนเหลว รับติดป้ายโฆษณา รับโปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า แพแอร์กาญจนบุรี รับรีโนเวท

สล็อตออนไลน์

nxcasino

เว็บเดิมพัน

KUคาสิโน

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

แทงบอลออนไลน์ ufabet sbobet

สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Joker123

pg slot

บาคาร่า

AFสูงสุดในไทย

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

สล็อตออนไลน์

เว็บสล็อต อันดับ1

1baccarat

สล็อต

สล็อตออนไลน์

ambbet

pgslot

slotxo

ufamadam

เว็บพนันอันดับ1

dreamgame

แทงบอลออนไลน์

สล็อต

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

sbobet

eb88w.com

สล็อต

ดาฟาเบท

รับโบนัส100%

เกมส์ออนไลน์

บาคาร่า

หวยออนไลน์

nigoal

สล็อตออนไลน์

หวย ฮานอย

แทงบอล

PG SLOT

SLOTXO

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

pg

pg slot

บาคาร่า

เว็บตรง บริการรวดเร็วทันใจ ให้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย FINNBET พาคุณฟินง่ายๆเเค่คลิ๊ก

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ploypola

หน้า: [1] 2 3 ... 9
1


เนื้อจมูกน้อย เสริมจมูกได้ไหม? คนที่เนื้อจมูกน้อยอาจทำให้ใส่ซิลิโคนเพิ่มความโด่ง หรือ ทำปลายให้พุ่งได้น้อย หากดึงดันจะเสริมให้โด่งมากๆ อาจทำให้เกิดปัญหาจมูกทะลุได้ ใครที่มีปัญหาเนื้อจมูกน้อยแต่อยากเสริมจมูกต้องห้ามพลาดบทความนี้เลย เพราะวันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะมาตอบคำถามให้คุณกระจ่าง อย่ารอช้าไปอ่านบทความกันเลยค่ะ!!!
 
เนื้อจมูกน้อย คืออะไร?


เนื้อจมูกน้อยคือเนื้อบริเวณสันจมูก หรือ บริเวณหัวตา ที่เมื่อทำการดึงออกมา ดึงออกมาได้น้อยมาก หรือ แทบไม่ได้เลย คนที่เนื้อจมูกน้อยแล้วทำการเสริมจมูกอาจก่อให้เกิดปัญหาเนื้อจมูกบาง และ เสี่ยงต่อการทะลุได้ง่าย แต่ก็ต้องพิจารณาเนื้อจมูกในส่วนอื่นๆ ด้วยโดยจะต้อง

  • เนื้อจมูกมีลักษณะเป็นอย่างไร ดูว่าเนื้อจมูกของเราบางหรือไม่ เพราะบางคนเนื้อจมูกบางก็อาจก่อให้เกิดกรณีจมูกทะลุได้ง่าย
  • เนื้อจมูกมีความยืดหยุ่นหรือไม่ ดูว่าเนื้อจมูกของเรามีความยืดหยุ่นได้หรือไม่


  • ระดับที่1 คนที่มีเนื้อจมูกน้อย แต่ก็ยังสามารถดึงเนื้อขึ้นมาได้อยู่ ระดับนี้เป็นระดับที่สามารถเสริมจมูกได้ แต่อาจจะทำทรงที่จมูกพุ่งมากๆ ไม่ได้
  • ระดับที่2 เป็นระดับที่ยังสามารถดึงขึ้นมาได้บ้าง ในระดับนี้ก็ยังสามารถเสริมจมูกได้อยู่ แต่อาจจะไม่สามารถเสริมให้โด่งมากๆ ได้
  • ระดับที่3 เป็นคนที่มีเนื้อจมูกน้อยมาก แทบจะดึงไม่ขึ้น ระดับนี้ไม่แนะนำให้เสริมจมูก เพราะอาจทำให้จมูกทะลุได้

ทำไมคนเนื้อจมูกน้อยจะต้องระวังเมื่อจะเสริมจมูก?


  • ซิลิโคนทะลุ
  • เสริมออกมาไม่เป็นธรรมชาติ
  • จมูกตึง จนแผลหายช้า

ใครที่ไม่อยากให้แผลหายช้า ไม่อยากให้แผลบวมนาน อ่านบทความด้านล่างเลย

เนื้อจมูกน้อย ทําจมูกได้ไหม?

หากไม่ได้มีเนื้อน้อยถึงระดับที่ดึงเนื้อจมูกไม่ขึ้นเลย ก็สามารถเสริมจมูกได้ แต่ทรง ความโด่ง อาจจะไม่ได้อย่างที่ต้องการ เพราะต้องคำนึงถึงเนื้อจมูกเป็นหลัก ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาได้

เนื้อจมูกน้อยควรเสริมจมูกแบบไหน


  • ส่วนมากคนเนื้อจมูกน้อยคุณหมอจะทำการเสริมจมูกแบบ Open เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างจมูก

  • เสริมจมูกแบบไม่ใช่ซิลิโคนแทน เพื่อทำให้ปลายจมูกแข็งแรง และ ไม่ทะลุได้ง่าย
  • เสริมจมูกด้วยการรองบริเวณปลายจมูก

  • การเย็บอินเตอร์โดม เพื่อทำให้จมูกเรียวเล็กขึ้น และ ไม่เกิดปัญหาซิลิโคนทะลุอีกด้วย
  • การยืดผนังกั้นจมูก เพื่อยืดผนังกั้นจมูกให้ยาวขึ้น

เคล็ดลับเสริมจมูกสำหรับคนเนื้อจมูกน้อย


  • เลือกจมูกให้เข้ากับตัวเอง
  • เสริมปลายจมูกให้แข็งแรง
  • ลดความตึงของจมูก
  • ใช้วัสดุอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ รวมถึงวัสดุเทียม
  • ดูแลใส่ใจแผลให้ดี

ใครที่เนื้อจมูกน้อยไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ ถึงแม้จะไม่ได้ทรงแบบที่อยากได้ แต่เราก็จะได้ทรงจมูกที่เหมาะกับใบหน้าของเรา อีกทั้งจมูกที่เสริมมายังดูเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะจนเกินไป ใครที่เนื้อจมูกน้อยแต่อยากได้จมูกทรงสวย Bujeong Clinic Surgery Center เป็นคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเสริมจมูก ทั้งแพทย์ไทย แพทย์เกาหลี ที่จะช่วยเสริมจมูกของคุณให้ออกมาดูดี และ ปลอดภัย แม้จะมีเนื้อจมูกน้อยก็ตาม!!!

ใครที่ไม่รู้จะเลือกทรงจมูกแบบไหน อ่านได้ที่ข้างล่างนี้เลย

 
เนื้อจมูกน้อย ทําจมูกได้ไหม ... ทำได้ที่ Bujeong Clinic Surgery Center

Bujeong Clinic Surgery Center  (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลินิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

 
 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
Line : @Bujeong-Clinic
Tel : 088-050-1111
 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong surgery center
Line : @bujeongsurgery
Tel : 061-042-2999



2


โรคผิวหนังเป็นโรคที่สามารถเป็นได้ง่าย ยิ่งในคนที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรงมากนัก จะทำให้คุณมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หรือ ที่เรียกกันว่า ภูมิแพ้ผิวหนัง ทำให้เราจะต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ วันนี้ ResiSKIN จะพาคุณมารู้จักโรคภูมิแพ้ผิวหนัง โรคใกล้ที่ไม่ควรมองข้าม อย่ารอช้าไปอ่านบทความกันเลย!!!

ชนะภูมิแพ้ผิวหนังด้วย ResiSKIN คลิก

 
ทำความรู้จัก ภูมิแพ้ผิวหนัง คืออะไร?


โรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic dermatitis เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันภายในทำงานผิดปกติ ทำให้เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่กระตุ้นบางอย่าง จะเกิดอาการแพ้ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และ มักจะเป็นๆ หายๆ จะเป็นผื่นแดง ผิวหนังแห้ง ตุ่มน้ำ หรือ มีการอักเสบร่วมด้วย อาการเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยต่างๆ ด้วย

  • วัยทารก - จะเป็นตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ หรือ พวกตุ่มแดงๆ หากตุ่มเล็กๆ แตกออกก็จะมีน้ำเหลืองออกมา
  • วัยเด็กจนถึงช่วงวัยรุ่น - จะเป็นผื่น และ มีผิวหนังแห้ง
  • วัยผู้ใหญ่ - จะเป็นผื่น มีผิวหนังแห้งหนา อาจจะหลุดลอกเป็นขุย เป็นสะเก็ดได้

สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง?


เกิดจากปัจจัยภายในซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมาจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ ซึ่งประเภทของระยะที่เกิดโรคจะมีด้วยกัน 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะเฉียบพลัน - ในระยะนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมีอะไรมากระตุ้นผิวหนัง มักจะมีอาการบวมแดง และ มีอาการคันร่วมด้วย
  • ระยะกึ่งเฉียบพลัน - จะมีตุ่มแดงๆ และ ผื่น นอกจากนั้นหากใครที่มีอาการรุนแรง อาจจะลอกเป็นขุยได้
  • ระยะเรื้อรัง - เป็นระยะที่จะไม่ค่อยมีอาการมากนัก แต่ถ้ามีอาการมักจะเป็นยาวนาน มักจะมีอาการคัน ผิวลอกเป็นผื่นสีแดง หรือ น้ำตาล

คนส่วนใหญ่มักจะมีแค่อาการเล็กๆ น้อยๆ แต่ในคนที่มีอาการรุนแรงแนะนำให้คุณควรรีบไปพบแพทย์ อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาย เพราะอาจจะทำให้คุณเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังได้
 
การดูแลรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

ระยะเวลาในการรักษาโรคนี้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และ ระยะเวลาที่เกิดอาการ การดูแลจะขึ้นอยู่กับประเภทของความรุนแรงต่างๆ

  • อาการรุนแรงน้อย - จะใช้การทายา และ ไม่ไปเกาบริเวณนั้น หากตุ่มน้ำแตกออกมาควรจะใช้ผ้าชุบน้ำประคบเพื่อให้ผ้าแห้ง ทางที่ดีควรจะใช้น้ำเกลือ หรือ ใช้ยาทาเพื่อลดอาการคัน
  • อาการในระยะเรื้อรัง - จะอาศัยการทายา และ ทานยาแก้แพ้ร่วมด้วยหากมีอาการคันมากๆ
  • อาการรุนแรงมาก - หากใครที่มีอาการอักเสบของผิวหนัง หรือ คันมากๆ แพทย์อาจจะใช้ยาสเตรียรอยด์ในการรักษา (ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่ง เพราะหากใช้ไปนานๆ จะมีผลข้างเคียง) หรือ ใช้วิธีในการฉายแสง

วิธีการดูแลตัวเองจากภูมิแพ้ผิวหนัง


  • ให้พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการขึ้นมา
  • หากมีอาการคัน ไม่ควรที่จะไปเกา หรือ สัมผัสจุดที่มีอาการ
  • ต้องหมั่นทำความสะอาด อย่าปล่อยให้ผิวหนังสกปรก และ ควรจะใช้พวกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
  • สำหรับใครที่มีผิวแห้งลอก ควรจะบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง หรือ คันเพิ่มขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นที่ยาวนาน

อย่างผลิตภัณฑ์ของ ResiSKIN ครีมเวชสำอางที่ช่วยจบปัญหาผิวแห้ง แดง ผื่น คัน ช่วยบรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ด้วยคุณสมบัติของครีมที่ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาผิวแบบไหนก็เอาอยู่

  • มีส่วนผสมของ Extremolytes 7% สารสกัดลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศเยอรมัน ช่วยจบปัญหาผิวแห้ง แดง ผื่น คัน
  • ช่วยสร้างเกราะความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะที่ไม่เป็นมิตรต่อผิว
  • ผิวแข็งแรง และ ชุ่มชื้นขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ ภายใน 7 วัน
  • ปราศจากสารสเตียรอยด์ น้ำหอม และสารกันเสีย สามารถใช้ต่อเนื่องในระยะยาว หมดกังวลสำหรับคนผิวแพ้ง่าย

จะคัน หรือ มีผื่น ก็เอาอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์จาก ResiSKIN ลองดูแล้วคุณจะหลงรัก

ใครที่สนใจสั่งซื้อ ResiSKIN สามารถกดที่ link ด้านล่างนี้ได้เลย
Facebook : ResiSKIN รีซิสกิน
Line : @resiskin
Shopee : ResiSKIN by QUALISK
Lazada : Qualimed
 


3


เมื่อเราผ่าตัดเสร็จก็จะต้องดูว่าจมูกของเราเข้ารูปหรือยัง เพราะถ้ายังอาจจะทำให้เกิดปัญหา ซิลิโคนจมูกลอย ได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดปัญหาที่จะตามมาได้ ใครที่เสริมจมูกมา ลองเอามือไปจับบริเวณสันจมูกดูสิ ถ้าสามารถโยกไปโยกมาได้อาจจะเข้าข่ายซิลิโคนลอย วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะพาคุณมารู้จักปัญหาซิลิโคนลอยว่าคืออะไร พร้อมวิธีแก้ไข ใครที่ไม่อยากพลาดต้องไปอ่านบทความ!!!
 

ทำความรู้จัก ซิลิโคนจมูกลอย คืออะไร?

โดยปกติซิลิโคนจะต้องติดอยู่กับชั้นโครงสร้างของจมูก และ ไม่สามารถขยับได้ แต่ถ้าซิลิโคนไม่ติดก็จะทำให้สามารถขยับได้ การที่ซิลิโคนขยับได้ อาจจะเกิดจากการที่ซิลิโคนลอย ซึ่งสามารถเกิดได้จากการผ่าตัด และ จากตัวเราเอง

ปกติแล้วหากใช้ซิลิโคนที่เป็นชนิดนิ่มก็จะสามารถขยับได้ ซิลิโคนจะต้องขยับไปตามทิศทางที่เราบิด แต่ซิลิโคนบริเวณช่วงหัวตาจะไม่สามารถขยับได้ แต่ถ้าหากคุณลองบิดปลายจมูกแล้วซิลิโคนช่วงบนบิดไปด้วยแสดงว่า "ซิลิโคนลอย" นั่นเอง


ซิลิโคนลอยจากการผ่าตัด


  • วางซิลิโคนผิดตำแหน่ง โดยปกติซิลิโคนจะต้องวางไว้ที่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก ถ้าหากวางซิลิโคนผิดตำแหน่ง จะทำให้ซิลิโคนสามารถเคลื่อนขยับได้นั่นเอง
  • ช่องที่ใส่ซิลิโคนมีขนาดไม่เหมาะสม อาจจะแคบเกินไป กว้างจนเกินไป หรือ ไม่ครอบแกนจมูก ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนไปแล้วซิลิโคนเคลื่อน

ซิลิโคนลอยจากตัวเราเอง


  • เกิดจากการกระทบกระเทือน อุบัติเหตุ การสัมผัสบ่อยๆ จนทำให้ซิลิโคนเคลื่อน
  • เนื้อหุ้มกระดูกบาง อาจจะเกิดจากพื้นฐานเป็นคนที่เนื้อจมูกบางอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนลอยได้

ซิลิโคนลอยอันตรายไหม?


ถือว่าอันตราย เพราะอาจส่งผลทำให้จมูกเบี้ยว จมูกเอียงไม่ได้รูปทรงได้ รวมถึงการที่ซิลิโคนจมูกไม่พอดีกับจมูก อาจทำให้ซิลิโคนไหลลงมาข้างล่าง และ ดันเนื้อบริเวณปลายจมูก จนทำให้เนื้อบริเวณนั้นบาง และ อาจส่งผลทำให้ปลายจมูกทะลุได้ วิธีสังเกตอาการซิลิโคนลอย

  • ปลายจมูกบาง ที่ปลายจมูกจะเห็นได้ว่าที่ปลายจมูกมีสีขาวๆ ใสๆ ซึ่งเป็นสีของซิลิโคนนั่นเอง
  • ปลายจมูกมีสีที่เปลี่ยนไป ปลายจมูกจะแดง หรือ สีคล้ำขึ้นจากปกติ
  • มีสิวขึ้นบริเวณปลายจมูก อาจจะเกิดจาการติดเชื้อ หรือ การอักเสบ สิวที่ขึ้นมักจะเป็นสิวเม็ดใหญ่ซึ่งมักจะรักษาไม่หาย


สำหรับใครที่จมูกบวม และ อยากให้จมูกหลายไว พร้อมเคล็ดลับการดูแลต่างๆ สามารถอ่านบทความข้างล่างนี้ได้เลย


ซิลิโคนจมูกลอย ต้องแก้อย่างไร?


  • ทำการผ่าตัดเพื่อเอาซิลิโคนเก่าออก แล้วถึงใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไปที่บริเวณใต้เยื่อหุ้มจมูก เพื่อป้องกันซิลิโคนเคลื่อน
  • ตะไบฮัมพ์บางส่วนออก รวมทั้งการใช้ซิลิโคนครอบที่บริเวณฐานจมูก  และ เสริมบริเวณหัวตา เพื่อแก้ไขโครงสร้างจมูก
  • ศัลยกรรมฮัมพ์อีกด้วย เพราะยิ่งมีฮัมพ์มากก็อาจทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนลอยได้มาก
  • ใครที่มีเนื้อสันจมูกน้อย อาจจะต้องใช้เนื้อเยื่อ หรือ กระดูกอ่อนแทนการใช้ซิลิโคน
  • ควรเลี่ยงการทำให้จมูกกระทบกระเทือน โดยเฉพาะในช่วง 3 - 6 เดือนหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูก

ใครที่มีปัญหาไม่สามารถเสริมจมูกด้วยซิลิโคนได้ สามารถเข้าไปอ่านว่าจะใช้อะไรแทนในบทความข้างล่างนี้ได้เลย
>> อ่านบทความ เสริมจมูกไม่ใช้ซิลิโคน ดีอย่างไร? ได้ที่นี่ <<


สำหรับเคสที่กลับมาแก้จมูก ส่วนใหญ่จะต้องทำการตะไบฮัมพ์ และ ครอบฐานจมูก เพื่อปรับรูปจมูกให้เหมาะสมในการใส่ซิลิโคนเข้าไป และ ต้องมีการดูแลตัวเองหลังเสริมจมูกให้ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • การลดอาการบวมหลังเสริมจมูก เพื่อทำให้แผล และ การบวมหายไวขึ้น
  • การทานอาหารที่เหมาะสม และ หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เกิดการบวม การอักเสบ
  • การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการเสริมจมูก

นอกจากวิธีพื้นฐานที่เราแนะนำแล้ว คุณสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความข้างล่างนี้เลย
>> อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก ได้ที่นี่ <<


จะเห็นได้ว่าการที่ซิลิโคนลอยแม้จะดูไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่เมื่อปล่อยไว้อาจทำให้เสี่ยงต่อการที่จมูกทะลุได้ ดังนั้นเพื่อเลี่ยงปัญหาซิลิโคนจมูกลอย ต้องเลือกคลินิกที่มีความปลอดภัย แพทย์มีความเชี่ยวชาญเพื่อเลี่ยงปัญหาการวางซิลิโคนผิดตำแหน่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ซิลิโคนลอย อย่างที่ Bujeong Clinic Surgery Center คลินิกที่คุณมั่นใจได้เลยว่าจะได้จมูกที่ดี ปลอดภัย และ ทรงสวยแน่นอน ใครกลัวปัญหาซิลิโคนลอยต้องที่ Bujeong Clinic Surgery Center !!!


 
ไม่อยากมีปัญหาซิลิโคนจมูกต้องที่ Bujeong Clinic Surgery Center

Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลินิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
Line : @Bujeong-Clinic
Tel : 088-050-1111
 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong surgery center
Line : @bujeongsurgery
Tel : 061-042-2999



4


ใครที่ทำจมูกมากว่าจมูกจะเข้าที่ก็จะต้องเจอกับ "ปัญหาจมูกบวม" หลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเสริมจมูกจะต้องเจอ สำหรับใครที่ไม่มีเวลาพักฟื้นมากนัก การที่จมูกบวมนานอาจทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากยิ่งขึ้น วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center เลยจะมาแนะนำ วิธีลดบวมหลังทําจมูก ที่จะช่วยให้อาการบวมของคุณหายไวยิ่งขึ้น คนเสริมจมูกไม่ควรพลาด!!!
 
จมูกหลังผ่าตัดจะบวมนานหรือไม่?

ในช่วงสัปดาห์แรกจมูกจะค่อนข้างบวมมาก ถ้าหากดูแลการบวมในช่วงนี้ดีจะทำให้จมูกบวมน้อยลงมาก แต่ก็ยังจะต้องดูแลอาการบวมให้ดี  ประมาณ 3 เดือนจมูกก็จะเข้ารูป และ ไม่มีอาการบวมให้เห็น หรือ อาจจะมีอาการบวมน้อยลงมากแล้ว

>> อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก ได้ที่นี่<<

รวม วิธีลดบวมหลังทําจมูก?

ประคบเย็น ประคบร้อนเพื่อลดบวม


การประคบเย็นเป็นวิธีลดบวมที่ทำได้ง่าย จะทำให้เลือดหดตัว หยุดไหลได้เร็ว การประคบเย็นยิ่งทำไวยิ่งดี ให้รีบประคบเย็นหลังจากการผ่าตัดไปจนถึงช่วง 3 วันแรก ประคบเย็นประมาณ 15 นาทีแล้วอาจจะพักสักแล้วจึงประคบใหม่

วิธีคบที่ดีควรประคบด้านข้างของจมูกโดยการแตะเบาๆ ไม่กดลงไป และ ให้ประคบส่วนที่บวม แต่พยายามเลี่ยงการประคบบนซิลิโคนโดยตรง
หลังจากเสริมจมูกไปประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่ต้องประคบเย็นแล้วแต่ให้เปลี่ยนมาใช้เป็นการประคบอุ่นแทน เพื่อทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพื่อช่วยในการสลายลิ่มเลือด และ ช่วยลดการเกิดพังผืดหลังจากการผ่าตัด ทำให้การบวมหายได้ไวขึ้น

นอนยกหัวให้สูง และ ไม่นอนตะแคง


ในช่วงวันแรกๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ควรจะนอนยกหัวให้สูง เพื่อลดอาการบวมที่เกิดจากเลือดที่คั่งอยู่ ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และ ไม่ควรนอนตะแคงในช่วงวันแรกๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อจมูกยังไม่เข้าที่มาก หากนอนตะแคงอาจทำให้จมูกเคลื่อนได้

การดูแลความสะอาดบริเวณแผล


ในช่วงหลังผ่าตัดเสริมจมูกมาใหม่ๆ อย่าให้แผลโดนน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ และ ติดเชื้อขึ้นมาได้ แต่เมื่อผ่านไปหลัง 24 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัดแล้ว สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยให้ใช้น้ำเกลือในการทำความสะอาด จากนั้นให้ใช้เบตาดีนทาไปที่แผล เพื่อให้ยาไปช่วยในการทำให้แผลหายไวมากยิ่งขึ้น และ ไม่ควรจะเอาผ้าก๊อซ หรือ พลาสเตอร์ไปแปะที่แผล เพราะจะทำให้แผลแห้งช้าลง


เคล็ดลับเพิ่มเติม วิธีลดบวมหลังทําจมูก


อาหารการกินก็นับว่ามีความสำคัญไม่ใช่น้อย อาหารบางชนิดก็จะช่วยทำให้แผลที่อักเสบ หรือ บวมดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่

  • ใบบัวบก
  • วิตามินซี
  • น้ำ
  • ธาตุเหล็ก

ข้อห้ามที่ทำให้จมูกบวม

  • หลีกเลี่ยงการทานไข่ เพราะโปรตีนในไข่จะไปทำให้แผลที่ผ่าตัดออกมาไม่สวย
  • ไม่ควรทานอาหารหมักดอง เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบ และ ติดเชื้อได้
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นได้
  • ไม่ควรแต่งหน้าในช่วง 1 สัปดาห์ เพราะแผลยังแห้งไม่สนิท และ อาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นมาได้

ใครที่ไม่อยากให้จมูกบวมนานๆ ควรต้องดูแล และ ปฏิบัติตัวให้ดี อีกทั้งควรที่จะฟังคำแนะนำของแพทย์ อันไหนที่แพทย์ห้ามก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนใครที่อยากเสริมจมูกให้ออกมาสวย และ ปลอดภัย Bujeong Clinic Surgery Center นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัด ที่จะช่วยให้จมูกของคุณออกมาดี!!!
 
 
เลือกเสริมจมูกเลือกที่ Bujeong Clinic Surgery Center

Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลินิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
Line : @Bujeong-Clinic
Tel : 088-050-1111
 
สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
Facebook : Bujeong surgery center
Line : @bujeongsurgery
Tel : 061-042-2999



5


หลังการผ่าตัดเสริมจมูก ถ้าไม่ดูแลแผลให้ดีอาจทำให้ แผลเสริมจมูกติดเชื้อ ได้จนอาจทำให้เกิดการอักเสบจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเอาซิลิโคนออก วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะมาบอกวิธีสังเกตอาการจมูกติดเชื้อ พร้อมกับวิธีการป้องกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รู้วิธีในการดูแลอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกลัวว่าแผลจะติดเชื้ออีกต่อไป!!
 
แผลเสริมจมูกติดเชื้อ ได้อย่างไร?


  • ดื่มแอลกอฮอล์

  • มักจะเอามือไปจับแผลเป็นประจำ
  • รีบแกะเฝือกจมูกก่อนครบกำหนด
  • เกิดการกระแทก หรือสั่นสะเทือนที่รุนแรง

จะรู้ได้อย่างไรว่าจมูกติดเชื้อ?


  • ไม่สามารถหายใจด้วยจมูกได้ ด้านนอกจะเห็นได้ชัดว่าจมูกดูแดง และบวม จะรู้สึกหายใจไม่สะดวก อาการนี้เป็นอาการเริ่มต้น ที่บอกว่าจมูกเกิดการอักเสบ
  • จับที่จมูกเบาๆ จะรู้สึกปวด จะต้องรีบนัดแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จมูกจะเกิดการติดเชื้อ
  • มีน้ำเหลืองผสมปนกับเลือดออกมาจากจมูก เป็นแผลที่เกิดการอักเสบจนติดเชื้อแล้ว ไม่ควรปล่อยเอาไว้นานเพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นได้
    วิธีการป้องกันไม่ให้แผลเกิดการติดเชื้อ


    • พยายามประคบเย็นให้ต่อเนื่อง 3 วันติดหลังผ่าตัด เพราะเป็นการช่วยให้เลือดแข็งตัว แผลแห้งไวขึ้น
    • พยายามอย่าเอามือจับบริเวณแผล ยิ่งช่วงที่แผลใกล้หายจะคัน ต้องอดทนเอาไว้ เพราะอาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อได้
    • สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด แนะนำให้นอนหมอนสูง จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี แผลหายไว และ ไม่ควรนอนตะแคงข้าง เพราะจะทำให้จมูกเอียงได้
    • อย่าให้แผลโดนน้ำ ทางที่ดีจะต้องงดการล้างหน้าจนกว่าจะถึงคิวนัดให้ไปตัดไหม
    • หยุดทำกิจกรรมทุกประเภทที่มีผลกระทบกับแผล

    วิธีการรักษาเมื่อแผลติดเชื้อแล้ว


    แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด  นอกจากอาการบวม แต่ถ้าหากมีน้ำเหลืองปนกับเลือดไหลออกมา แสดงว่าจมูกของคุณเกิดการอักเสบติดเชื้อแล้ว แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมา พอจมูกเริ่มหายดีก็จะผ่าตัดนำซิลิโคนออกมา เพื่อช่วยฟื้นฟูบาดแผล และยังเป็นการป้องกันในกรณีที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้จมูกผิดรูปได้

    ควรลดอาการบวมหลังผ่าตัดยังไงดี?

    จะใช้เวลาประมาณถึง 3 เดือนแผลถึงจะหายบวมสนิท โดยให้เริ่มจากการประคบเย็นประมาณ 3 วันแรก หลังที่ผ่าตัดเสร็จ และถ้าครบ 1 สัปดาห์ ที่ผ่าให้สลับมาเป็นการประคบร้อน และ นอนหมอนสูง ไม่นอนตะแคง รวมถึงหมั่นทำความสะอาดบริเวณแผล นอกจากนั้นอาจจะทานอาหารที่ช่วยลดบวมอย่าง ใบบัวบก, วิตามินซี, น้ำ และธาตุเหล็ก ก็จะช่วยในการสมานแผลได้

    >>อ่านบทความ วิธีลดบวมหลังทําจมูก ได้ที่นี่<<

    แผลเสริมจมูกติดเชื้อไม่ได้เป็นอะไรที่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าทำตามที่แพทย์แนะนำทุกขั้นตอนก็จะช่วยให้โอกาสที่จะเกิดแผลติดเชื้อน้อยลง แต่ถ้าใครเริ่มมีอาการปวดบวมที่แผลจะต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด จะได้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการที่รุนแรงจนทำให้จมูกของคุณเสียโฉมได้
     

    เสริมจมูกให้สวย และปลอดภัยต้องที่ Bujeong Clinic Surgery Center!!!

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999

    [/list]

    6


    การดูแลตัวเองให้ดีหลังเสริมจมูกเป็นอะไรที่สำคัญมาก เพราะเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่าง หลังเสริมจมูก เช่น มีอาการอักเสบติดเชื้อ ทำให้ต้องแก้จมูกใหม่ และอาจทำให้ทรงจมูกเบี้ยว หรือมีรูปทรงแปลกๆ วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะมาแนะนำวิธีดูแลตัวเอง หลังเสริมจมูก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้จมูกเสียรูป และได้รูปทรงจมูกตรงตามที่คุณต้องการ!!

    อาการที่พบบ่อยหลังทำจมูก


    • อาการจมูกบวม ประมาณช่วง 3 วันแรกจะเห็นได้ชัดว่ามีอาการบวมหลังผ่า แต่จะยุบเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับบุคคล ยิ่งดูแลแผลดีอาการบวมหลังทำจมูกก็จะยิ่งยุบไวมากขึ้น
    • รู้สึกตึงจมูก โดยเฉพาะตรงปลายจมูก อาการตึงจะหายเอง หากผิวหนังของคุณเริ่มปรับสภาพกับซิลิโคนแล้ว
    • น้ำใสๆ ไหลออกจากจมูก ต้องดูให้ดีว่าน้ำที่ไหลออกมาเป็นสีอะไร ถ้าเป็นน้ำใสๆ ไม่มีสีให้รีบทานยาลดน้ำมูก ส่วนใครที่เป็นน้ำใส แต่สีเหลืองปนเลือด อาจเกิดการอักเสบติดเชื้อแบบอ่อนๆ จะต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที
    • เกิดอาการคันจากแผลตกสะเก็ด หลังจากการผ่าตัดไปได้สักพัก แผลเป็นจะเริ่มตกสะเก็ด ช่วงที่คันคุณจะต้องอดทนไม่ไปเกา เพราะอาจทำให้แผลหายช้า

    ระยะเวลาที่ใช้ในการพักฟื้น


    หลังจากการผ่าตัดในช่วง 2 - 3 วันแรก จะมีอาการบวมค่อนข้างมาก แต่ถ้าผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์แล้วแผลดีขึ้น หมอก็จะทำการตัดไหม แต่ถ้าแผลใครยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนแล้วจึงนัดตัดไหม อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และจมูกจะเริ่มเข้าที่โดยจะใช้เวลาประมาณ

    • 1 เดือน อาการบวมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และแผลจะเริ่มแห้ง
    • 3 เดือน แผลดีมากขึ้นจนแทบจะไม่อาการบวมหลงเหลืออยู่แล้ว แต่จมูกยังไม่เข้าที่ 100 %
    • 6 - 12 เดือน แผลจะเริ่มหายสนิท และจมูกเข้าที่มากขึ้น แต่จะขึ้นอยู่กับคุณว่ามีสภาพผิวแบบไหน และได้ดูแลรักษาแผลดีหรือเปล่า


    หลังเสริมจมูก จะต้องดูแลอย่างไร?

    พยายามลดอาการบวม


    เริ่มจากการประคบเย็นก่อน โดยสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือเจลเย็นมาประคบ เพื่อช่วยบรรเทาอาการระบมบวมแดง หลังจากนั้นค่อยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ และ ในตอนที่นอนควรใช้หมอนรองคอ เพื่อช่วยให้นอนอยู่ในท่าที่หงาย และไม่เผลอนอนตะแคงข้าง อีกทั้งควรจะนอนยกศีรษะให้สูงขึ้นกว่าลำตัว ก็จะช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากขึ้น

    >> อ่านบทความ วิธีลดบวมหลังทำจมูก เพิ่มเติมได้ที่นี่<<

    ปรับเปลี่ยนการกิน


    • ดื่มน้ำให้เยอะมากขึ้น
    • โปรตีนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
    • สมานแผลด้วยธาตุเหล็ก หรือสังกะสี
    • เลือกกินไขมันไม่อิ่มตัว หรือไขมันดี
    • วิตามินซีดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน

    พฤติกรรมที่ควรงด


    • นอนเล่นโทรศัพท์
    • แต่งหน้า
    • ทานอาหารรสจัด

    ความสำคัญของการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

    สำหรับคนเสริมจมูกการดูแลตัวเองให้ดีหลังเสริมจมูกเป็นอะไรที่สำคัญมาก ควรที่จะปฏิบัติตนให้เหมาะสม และปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แผลของคุณเกิดการอักเสบ และพยายามงดพฤติกรรมที่เสี่ยงเป็นปัญหากับจมูก เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปทรงของจมูกที่ถูกใจ ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์จมูกอักเสบทะลุ หรือจมูกเบี้ยวทำให้ต้องมีการปรับแก้กันบ่อยๆ แน่นอนค่ะ!!
     
    จมูกสวยและปลอดภัยเลือกเสริมที่ Bujeong Clinic Surgery Center!!!

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999


    7


    ผู้หญิงกับสกินแคร์เป็นของคู่กัน บางคนเมื่อใช้สกินแคร์ไปอาจจะเกิดอาการผิดปกติขึ้นกับใบหน้า จริงๆ แล้วอาการที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่อาการแพ้ แต่เป็นอาการที่เกิดจาก ผิวระคายเคือง ก็ได้วันนี้ ResiSKIN จะมาบอกข้อแตกต่างให้คุณได้รู้ก่อนที่คุณจะทิ้งสกินแคร์ไปเปล่าๆ!!!

    ResiSKIN กู้ผิวได้ คลิก

    ผิวระคายเคือง คืออะไร?

    ผิวระคายเคืองง่าย เป็นลักษณะของผิวที่เกิดอาการระคายเคืองเมื่อทำการใช้สกินแคร์ หรือ มีสิ่งมากระตุ้น บางครั้งอาจจะเกิดจากการที่สกินแคร์มีส่วนผสมบางอย่างที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ผิวจะมีอาการแสบ คัน ผิวแห้งลอก แต่เมื่อทำการล้างสกินแคร์ที่ใช้ออกผิวก็มีอาการดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีอาการระคายเคืองทุกส่วนของร่างกาย
     

    ผิวแพ้ง่ายกับผิวระคายเคือง ต่างกันอย่างไร?

    ความเสียหายของผิวที่เกิดขึ้น


    ผิวระคายเคืองจะไม่ได้เป็นการทำร้ายผิวมากนัก เพราะหากล้างสกินแคร์ออกผิวก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม ถ้าเป็นผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวเกิดความเสียหายจากภายในลึกลงไปในชั้นผิว ส่วนใหญ่ถ้าผิวแพ้สกินแคร์จะใช้เวลาในการรักษา และ ฟื้นฟูผิวมากกว่าผิวระคายเคือง เพราะมีความเสียหายลึกลงไปในชั้นผิว

    เมื่อล้างสกินแคร์แล้วอาการระคายเคืองหายหรือไม่


    ผิวการระคายเคืองทั่วไป เมื่อล้างสกินแคร์ออก อาการระคายเคืองก็จะค่อยๆ หายไปเอง ซึ่งต่างจากผิวแพ้ง่าย ที่ถึงแม้จะล้างสกินแคร์ออกไป แต่อาการแพ้ก็ยังปรากฏให้เห็น

    อาการระคายเคืองเกิดบริเวณไหนบ้าง


    ผิวระคายเคือง อาการจะแสดงบนผิวหนังบางส่วน บางจุดก็ไม่ได้ระคายเคือง แต่ถ้าเป็นผิวแพ้ง่าย เมื่อใช้กับส่วนใดของผิวก็จะมีอาการระคายเคืองอย่างเห็นได้ชัด
     
    จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีผิวแพ้ง่าย หรือ ระคายเคืองกันแน่?


    สามารถทำการทดสอบการแพ้ได้ถึง 2 วิธี

    • วิธีที่1 - สามารถทดสอบได้โดยให้ทำการทาสกินแคร์ บริเวณท้องแขนทั้งสองข้าง เป็นเวลาเช้า และ เย็น ให้ทาติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน ถ้าหากผิวยังปกติอยู่ก็สามารถใช้ได้
    • วิธีที่2 - เป็นการใช้แผ่นทดสอบการแพ้ ที่ได้ผลค่อนข้างแน่นอน โดยจะทาสกินแคร์ที่ต้องการทดสอบใส่ลงในแผ่นทดสอบ จากนั้นก็จะติดเข้าที่แผ่นหลังของเรา ทิ้งเอาไว้เป็นเวลาประมาณ 3 - 4 วันจากนั้นก็จะมาดูว่ามีการแพ้ การระคายเคืองเกิดขึ้นหรือไม่

    ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงจากการระคายเคือง


    • หากมีการระคายเคืองเกิดขึ้นอย่างแรกเลย ควรจะต้องหยุดใช้สกินแคร์ตัวนั้น
    • เลี่ยงการแต่งหน้า
    • พยายามอย่าไปสัมผัสบริเวณผิวหน้าบ่อยมากนัก
    • เสริมความแข็งแรงด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์
    • ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
    • ต้องหมั่นบำรุงผิว ไม่ให้ผิวแห้ง

    เราจะต้องดูแลฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมก่อน และ เสริมการบำรุงเข้าไปด้วยผลิตภัณฑ์ ResiSKIN ครีมเวชสำอางที่ช่วยจบปัญหาผิวแห้ง แดง ผื่น คัน พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน ให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น สตรองได้ทุกสถานการณ์ แถมยังช่วยในการล็อคความชุ่มชื้นในผิว และ ฟื้นฟูผิวจากปัญหาผิวระคายเคือง อีกทั้งยังเป็นเวชสำอางที่อ่อนโยน คนผิวบอบบางสามารถใช้ได้

    • มีส่วนผสมของ Extremolytes 7% สารสกัดลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศเยอรมัน ช่วยจบปัญหาผิวแห้ง แดง ผื่น คัน
    • ช่วยสร้างเกราะความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะที่ไม่เป็นมิตรต่อผิว
    • ผิวแข็งแรงและชุ่มชื้นขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ ภายใน 7 วัน
    • ปราศจากสารสเตียรอยด์ น้ำหอม และสารกันเสีย สามารถใช้ต่อเนื่องในระยะยาว หมดกังวลสำหรับคนผิวแพ้ง่าย

    จะเห็นได้ว่าผิวระคายเคืองง่ายแม้จะมีความคล้ายกับผิวแพ้ง่ายแต่ก็แตกต่างกัน ดังนั้นหากใครที่ซื้อสกินแคร์มาใหม่ พอลองใช้ไปแล้วแพ้ขึ้นมาอย่าพึ่งตกใจ  หากลองแล้วไม่มีการระคายเคืองเกิดขึ้น ก็อาจเป็นเพราะผิวของเราในช่วงนั้นอ่อนแอ จึงต้องเสริมการบำรุงให้ผิวกลับมาแข็งแรงอีกครั้งด้วย ResiSKIN เพียงเท่านี้ปัญหาผิวระคายเคือง หรือ ผิวแพ้ง่ายก็มาทำอะไรคุณไม่ได้แล้ว!!!
     
     
     
    ใครที่สนใจสั่งซื้อ ResiSKIN สามารถกดที่ link ด้านล่างนี้ได้เลย
    Facebook : ResiSKIN รีซิสกิน
    Line : @resiskin
    Shopee : ResiSKIN by QUALISK
    Lazada : Qualimed
     


    8


    ใครประจำเดือนมาไม่ปกติยกมือขึ้น!!! ประจำเดือนนับว่าเป็นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราต้องเจอ อีกทั้งยังอาจจะเจอกับอาการปวดท้อง ปวดตัว หรือ อาการPMS แต่ก็อาจจะทำให้เกิดอาการ เมนส์มาไม่ปกติ แล้วประจำเดือนแบบไหน ถึงเรียกว่าเมนส์มาไม่ปกติ วันนี้ Sistalk จะมาตอบข้อสงสัยเรื่องประจำเดือนที่สาวๆ ไม่ควรพลาด ไปอ่านบทความนี้กันเลย!!!
     
    แบบไหนที่เรียกว่าเมนส์มาปกติ หรือ ผิดปกติ


    ปกติประจำเดือนจะมาทุกๆ 28 - 30 วัน โดยเมื่อประจำเดือนมาก็จะมาประมาณ 3 - 5 วัน ต่อหนึ่งรอบเดือน อาการ"เมนส์มาไม่ปกติ" ซึ่งในแต่ละคนอาการก็จะแตกต่างกันออกไป บางคนประจำเดือนมาน้อยเกินไป การที่ประจำเดือนต่างไปจากเดิมจะถือว่าเป็นประจำเดือนผิดปกติด้วยกันทั้งสิ้น
     
    สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติ?

    • ความเครียด และ สมดุลฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป
    • น้ำหนักที่มาก หรือ น้อยจนเกินไป
    • ความผิดปกติของฮอร์โมน
    • การใช้ยาบางชนิด
    • มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก

    >> อ่านบทความ ปัญหาที่สาวๆไม่ควรมองข้ามเครียดเมนส์ไม่มา เพิ่มเติมได้ที่นี่ <<

    เมนส์มาไม่ปกติ มีแบบไหนบ้าง?

    ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ


    ปกติเมนส์จะมาทุก 28 - 30 วัน แต่ถ้าเกิดว่าประจำเดือนของสาวๆ ดันมาเร็วกว่าปกติ หรือ ประจำเดือนขาดหายไปไม่มาตามรอบเดือน การที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ อย่าเห็นว่าประจำเดือนไม่มาเป็นเรื่องเล็กน้อยนะคะ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อความผิดปกติหลายอย่าง เช่น ระดับฮอร์โมนผิดปกติ ความผิดปกติของมดลูก ความผิดปกติของถุงน้ำรังไข่
    ประจำเดือนมามากเกินไป

    การที่ประจำเดือนมามากหมายถึงคนที่มีประจำเดือนมามากกว่า 7 วัน ซึ่งผิดไปจากรอบเดือนปกติที่จะมาประมาณ 3 - 5 วัน ปกติประจำเดือนออกมาไม่เกิน 80 cc ต่อวัน ถ้าเทียบเป็นผ้าอนามัยจะใช้ประมาณ 3 - 4 แผ่นต่อวัน  การที่ประจำเดือนมามากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น

    • ระดับของฮอร์โมนผิดปกติ
    • เกิดการอักเสบ หรือ ติดเชื้อภายใน
    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ รวมถึงการมีเนื้องอกภายใน

    ประจำเดือนมาน้อยเกินไป


    การประจำเดือนมาน้อย ประจำเดือนมักจะมาประมาณ 1 - 2 วัน ซึ่งจะสั้นกว่ารอบเดือนปกติ ประจำเดือนจะออกมาแบบกะปริบกะปรอย การที่ประจำเดือนมาน้อยแม้จะดูไม่น่ากลัวมากนัก แต่ก็ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ไม่ว่าจะเป็น

    • ทำให้เกิดความเครียด
    • มีน้ำหนักตัวน้อยลง
    • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ PCOS
    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
    • โรคไทรอยด์

    ต้องดูแลตัวเองเมื่อ เมนส์มาไม่ปกติ

    • การพักผ่อนให้เพียงพอ และ ไม่เครียด
    • ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะการทานอาหารที่ช่วยเสริมธาตุเหล็ก เช่น ตับ เครื่องใน ผักใบเขียว
    • ควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี เพราะว่าน้ำหนักก็ส่งผลกับประจำเดือนโดยตรง
    • ให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ เครื่องดื่มมีคาเฟอีน
    • ยาคุมกำเนิดช่วยได้ เพราะยาคุมกำเนิดจะช่วยในการปรับฮอร์โมนในร่างกาย เป็นผลทำให้ประจำเดือนมาตรง และ มาสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

    การที่ประจำเดือนแปลกไปจากเดิมเป็นเรื่องไม่สำคัญเด็ดขาด อย่าชะล่าใจควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกที นอกจากนั้นก็ยังต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อทำให้ประจำเดือนมาตรงมากยิ่งขึ้น ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนบ่อยๆ ต้องห้ามพลาดบทความต่างๆ ที่ Sistalk ขนเอามาฝากกันนะคะซิส แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ!!!



    Sistalk ใส่ใจทุกเรื่องสุขภาพของสาวๆ

    เรื่องของสาวๆ ก็ต้องให้ผู้หญิงคุยกันสิคะ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีปัญหา มีข้อสงสัยไม่ว่าจะเรื่องของ สุขภาพ , การดูแลรูปร่าง , เรื่องลับๆ ของสาวๆ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความรัก และ เทรนด์อื่นๆ ไม่อยากพลาด ต้องเข้ามาอ่าน มาติดตามบทความที่เรา Sistalk ได้รวบรวมมาให้ รับรองได้ว่าคุณจะได้ทั้งประโยชน์ สาระความรู้ และ อัปเดตเทรนด์ก่อนใคร เพราะเราเข้าใจผู้หญิงดี!!!
    ใครไม่ Talk Sistalk นะคะซิส!!!
     
     
     
    สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล Sistalk ตามช่องทางอื่นๆได้ที่
    Facebook : sistalk.in.th
    Instagram : sistalk.in.th
    Twitter : @SistalkTH
     
    ข้อมูลอ้างอิงเรื่องประจำเดือนจาก


    9


    รู้หรือไม่ว่าการเสริมจมูกไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะซิลิโคนเท่านั้น แต่เปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นแทนได้ วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center เลยจะมาแนะนำการเสริมจมูกด้วยอย่างอื่นแทน ที่จะช่วยให้จมูกของคุณออกมาสวยไม่แพ้การใช้ซิลิโคนเลย สามารถใช้อะไรแทนได้ต้องไปอ่านในบทความเลยค่ะ!!!

    >> อ่านบทความ รู้ก่อนทำกับการ เสริมจมูกมีกี่แบบ ได้ที่นี่ <<

     
    เสริมจมูกไม่ใช้ซิลิโคน คืออะไร?

    อีกหนึ่งสิ่งที่นิยมนำมาใช้แทนซิลิโคนนั่นก็คือ เนื้อเยื่อ และ กระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา ทำให้มีความปลอดภัย และ ลดอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดได้ดีกว่าซิลิโคน อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย
     
    กระดูกอ่อนในโพรงจมูก หรือ กระดูกอ่อนที่ผนังกั้นจมูก


    กระดูกอ่อนในโพรงจมูก หรือ ที่ผนังกั้นจมูก เป็นกระดูกอ่อนที่มีเนื้อเยื่อเดียวกันกับกระดูกกลางจมูก ทำให้เมื่อใช้กระดูกส่วนนี้จะไม่ค่อยมีอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมากนัก กระดูกส่วนนี้เหมาะมากในการนำไปเสริมที่บริเวณปลายจมูก นิยมใช้กับคนที่เสริมจมูกครั้งแรก และ งานแก้จมูก

    กระดูกอ่อนหลังใบหู


    กระดูกอ่อนหลังใบหู จะช่วยทำให้ปลายจมูกดูหนาขึ้น เพื่อป้องกันการทะลุ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมความพุ่งของจมูก ส่วนใหญ่หากเสริมจมูกด้วยกระดูกหลังใบหูอาจจะใช้ร่วมกับซิลิโคนในช่วงบริเวณสันจมูก

    กระดูกอ่อนซี่โครง


    กระดูกซี่โครง จะมีความแข็งแรงมาก และ หนามาก นิยมใช้กับเคสแก้จมูกหลายๆ รอบ หรือ เคสหนักๆ การใช้กระดูกซี่โครงจะถือว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ เหมาะสำหรับคนจมูกสั้น ที่ต้องการช่วยเสริมจมูกให้ดูยาวขึ้น ดูเชิดขึ้น

    เนื้อเยื่อไขมัน


    เนื้อเยื่อไขมันใต้หนังศีรษะ นิยมนำมาใช้ในการเสริมบริเวณสันจมูก มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อค่อนข้างน้อย ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน
    เนื้อเยื่อไขมันบริเวณก้นกก เป็นอีกหนึ่งเนื้อเยื่อที่ใช้ในการเสริมบริเวณสันจมูก จะยุบตัวได้มากกว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ

    เนื้อเยื่อเทียม

    เนื้อเยื่อเทียมสามารถใช้แทนกระดูกอ่อนส่วนอื่นๆ ได้ ทำให้จมูกดูมีมิติมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเบี้ยว การเกิดพังผืด และ การที่จมูกจะทุได้ดีกว่าการใช้ซิลิโคน โดยเฉพาะบริเวณปลายจมูก แถมยังช่วยเลี่ยงปัญหาการแพ้ได้อีกด้วย
     

    เสริมจมูกไม่ใช้ซิลิโคน VS ใช้ซิลิโคน


    การเสริมจมูกแบบซิลิโคน ที่ใช้เป็นซิลิโคนเกรดการแพทย์ สามารถเลือกรูปแบบได้ทั้งซิลิโคนสำเร็จรูป ที่ช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำ แถมยังมีทรงจมูกให้เลือกหลากหลาย แม้ซิลิโคนจะทำให้จมูกได้รูปทรง เป็นแท่งอย่างชัดเจน แต่ก็มีคนที่ร่างกายไม่เข้ากับซิลิโคน และ ยังอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนหลังจากเสริมจมูกได้ แต่สำหรับการ เสริมจมูกแบบไม่ใช้ซิลิโคน โดยการเปลี่ยนมาใช้เนื้อเยื่อ หรือ กระดูกอ่อนแทน จะทำให้ได้จมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถปรับโครงสร้างของจมูกได้ดีกว่า

    • การเพิ่มความสูงให้กับจมูก โดยจะใช้เนื้อเยื่อ และ กระดูกอ่อนในการทำให้จมูกยาวขึ้น
    • การแก้บริเวณสันจมูก เป็นการตัดฮัมพ์ หรือ ตอกฐานจมูก เพื่อเป็นการเพิ่มความโด่งให้กับจมูก

    นอกจากนั้นการเสริมจมูกแบบไม่ใช้ซิลิโคน ต้องดูว่าพื้นฐานจมูกของเราเป็นอย่างไร

    • คนที่มีสันจมูกอยู่แล้ว อาจจะใช้การตะไบฮัมพ์ เพื่อแต่งปลายให้เป็นรูปทรง
    • คนที่ไม่ค่อยมีสันจมูก อาจจะต้องใช้เนื้อเยื่อ และ กระดูกอ่อนมาช่วยในการเสริมความโด่งให้กับสันจมูก
    • การเสริมปลายจมูก จะเป็นการเสริม และ ตัดแต่งรูปทรงให้จมูกยาวขึ้น และ พุ่งขึ้น

     
    การเสริมจมูกไม่ใช่ซิลิโคน เหมาะกับใคร?

    • เหมาะสำหรับคนที่อยากได้จมูกเป็นธรรมชาติ
    • เหมาะกับคนที่กลัวจมูกทะลุ สำหรับใครที่มีเนื้อจมูกบาง หรือ น้อย จนเป็นเหตุให้จมูกทะลุได้
    • เหมาะกับคนที่กลัวอาการแทรกซ้อน
    • เหมาะสำหรับคนที่แก้จมูกมาหลายครั้ง

    การไม่ใช้ซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีแพลนจะเสริมจมูก หรือ คนที่มีปัญหาเนื้อจมูกน้อย การเสริมรูปแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์ ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องจมูกมาก ก็ต้องเลือกคลินิคที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Bujeong Clinic Surgery Center พร้อมจะช่วยให้จมูกของคุณออกมาสวย เป๊ะ ปัง และ ปลอดภัย จะเคสเสริมจมูก หรือ เคสแก้ก็จะไม่ปัญหา เพราะจมูกสวยรอไม่ได้ อยากได้ต้องมา Bujeong Clinic Surgery Center !!!

    จะเสริมจมูกต้องเตรียมตัวอย่างไร ใครที่อยากรู้สามารถอ่านบทความด้านล่างได้เลย

    >> อ่านบทความ เตรียมตัวก่อนทําจมูก ได้ที่นี่<<

     
    เสริมจมูกให้ปลอดภัย และ สวยที่ Bujeong Clinic Surgery Center!!!

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999


    10


    ใครๆ ก็อยากมีดั้งโด่ง จมูกเป็นสันกันทั้งนั้นแต่ถ้าหากทำโด่งจนเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหา จมูกทะลุ ได้ซึ่งเป็นปัญหารุนแรงจนอาจจะทำให้เสียโฉมได้ วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่จมูกทะลุ และวิธีในการป้องกันจมูกทะลุ อยากรู้ไปอ่านเลย!!
     
    สาเหตุที่จมูกทะลุ คืออะไร?


    • เลือกใช้ขนาดของซิลิโคนไม่เหมาะสมกับเนื้อจมูก
    • วัสดุของซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน
    • ใจร้อนอยากจะรีบแก้จมูก
    • เกิดการติดเชื้อหลังจากที่ทำจมูก

    อาการของจมูกทะลุ


    • ปลายจมูกบาง จะทำให้ผิวที่ปลายดูมันวาวผิดปกติ หรือ จมูกสะท้อนแสง
    • โดนจมูกจะมีอาการเจ็บที่ปลายจมูก
    • ปลายจมูกเปลี่ยนสี หรือว่าเกิดหนองในชั้นผิว
    • มีอาการเสียวที่ปลายจมูกทุกครั้งที่ลูบ
    • รูปทรงจมูกเปลี่ยนไป เหมือนกับว่าซิลิโคนเคลื่อน
    • มีที่ปลายมีจุดเล็กๆ เหมือนกับเป็นสิวขนาดใหญ่

    หากปล่อยให้จมูกทะลุจะอันตรายมากแค่ไหน?

    ใครที่จมูกทะลุจะต้องรีบไปทำการรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าเกิดว่าปล่อยเอาไว้ อาจเกิดการอักเสบจนติดเชื้อที่จมูก และอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ อาจจะเกิดอาการช็อก และอวัยวะล้มเหลวเป็นอันตรายที่มีผลต่อชีวิตได้

    สามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?


    ต้องกินยาแก้อักเสบให้ลดอาการบวมที่จมูกก่อน ระยะเวลาในการรักษาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นมีอาการอักเสบระดับไหน พอหายเป็นปกติ ถึงจะสามารถใส่ซิลิโคนตัวใหม่ที่มีขนาดกำลังพอเหมาะกับเนื้อจมูกเข้าไปได้

    ทำยังไงไม่ให้จมูกทะลุ?


    • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่สนใจว่า
    • เลือกใช้ซิลิโคนที่เหมาะกับเนื้อจมูก
    • ตรวจสอบคลินิกให้ดีว่าได้มาตรฐานแค่ไหน
    • หลังจากการผ่าตัดจะต้องคอยดูแลตัวเองให้ดี หมั่นทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำทุกขั้นตอน เพื่อไม่เกิดการอักเสบ

    >>อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก ได้ที่นี่<<

    หากคุณเป็นคนที่มีเนื้อจมูกมีน้อยแล้วอยากทำทรงโด่ง หรือยาวกว่าจมูกจนเกินไป อาจทำให้จมูกของคุณบางจนทะลุออกมาได้ และถ้ายิ่งปล่อยเอาไว้นาน อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ใครที่อยากจะทำจมูกจริงๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้จมูกทะลุ ควรจะเลือกสถานที่ให้บริการศัลยกรรมที่มีมาตรฐานความปลอดภัย เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และมีบริการที่คอยติดตามอาการหลังผ่าตัดอยู่ตลอด เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถทำจมูกได้ตามที่ต้องการ ได้รูปทรงที่ถูกใจ เข้ากับใบหน้า แถมยังปลอดภัยอีกด้วย!!
     


    เสริมจมูกให้ปลอดภัยกับ Bujeong Clinic Surgery Center!!!

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999



    11


    รู้ก่อนเลือก ซิลิโคนจมูก มีกี่ประเภท เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเรา
    อย่าพึ่งเสริมจมูกถ้ายังไม่อ่าน!!! การเลือกซิลิโคนถือว่ามีความสำคัญมากในการทำให้จมูกออกมาทรงสวย และ เข้ากับรูปหน้าของคุณ Bujeong Clinic Surgery Center เลยจะมาให้ข้อมูลเรื่องการเลือก ซิลิโคนจมูก เพื่อให้จมูกของคุณออกมาปังไปอ่านบทความเลย!!!
     
    ซิลิโคนเสริมจมูก คืออะไร?

    ซิลิโคนสำหรับการทำจมูก ก็คือพลาสติกสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้กับร่างกายของเราได้ไม่เป็นอันตราย ตัวซิลิโคนก็จะมีทั้งแบบที่เป็นซิลิโคนแข็ง และ อ่อน นอกจากนั้นก็ยังมีการผลิตจากหลายประเภทชั้นนำด้วย เพื่อให้ซิลิโคนออกมาเหมาะในการนำมาเสริมจมูก
     
    ซิลิโคนจมูก มีกี่ประเภท?

    ซิลิโคนสำเร็จรูป


    เป็นซิลิโคนที่สะดวกต่อการใช้งาน สามารถใช้งานได้ง่าย ถึงแม้จะเป็นซิลิโคนสำเร็จรูป แต่ก็สามารถทำการเหลาซิลิโคน เพื่อปรับแต่งทรงให้เหมาะกับเราได้ มีทรงจมูกให้เลือกหลากหลายแบบทั้ง

    • ทรงแมนทิส (Mantis Silicone) เป็นทรงที่มีลักษณะตรงกลางจะเล็กๆ และ ตรงปลายจะโด่งขึ้นมา มีความเป็นทรงหยดน้ำ เหมาะกับสาวเอเชีย และ เป็นทรงที่นิยมทำคนมากในสาวไทย
    • ทรงบาร์บี้ (Barbie Silicone) เป็นทรงที่คล้ายกับแมนทิส แต่ตรงสันจมูกมีความสโลป แต่ก็ไม่โด่งจนเกินไป ปลายจมูกจะเชิดขึ้นเหมือนทรงตุ๊กตาบาร์บี้ เหมาะสำหรับคนที่ปีกจมูก ฐานจมูกกว้าง และ มีจมูกงุ้ม
    • ทรงบราว (Brown Silicone) เป็นทรงที่จะทำให้จมูกโด่งขึ้นเล็กน้อย สันจมูกมีความสโลป เหมาะสำหรับคนที่เนื้อจมูกน้อย
    • ทรงซินเดอเรลล่า (Cinderella Silicone) เป็นทรงที่ฐานของซิลิโคนค่อนข้างจะหนา ทำให้จมูกดูโด่งขึ้นมามาก เหมาะสำหรับคนที่จมูกทรงสวยอยู่แล้ว แต่ดั้งไม่ค่อยโด่ง

    ซิลิโคนแบบแท่ง


    ซิลิโคนแบบนี้แพทย์จะเป็นคนทำการเหลาซิลิโคน เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของเราจะมีทั้งแบบ ชนิดแข็ง และ ชนิดนุ่ม

    • Hard เป็นซิลิโคนที่สามารถดึงเนื้อจมูกขึ้นได้เยอะ เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อจมูก และ อยากได้ดั่งโด่งๆ ไม่ยุบตัว แต่ต้องระวังเรื่องจมูกทะลุ สำหรับบางคนที่เสริมจมูกโด่งเกินไป
    • Medium เป็นซิลิโคนที่จะนิ่มขึ้นมาจากแบบแรก แต่ก็ไม่นิ่มเกินไป ทำให้ซิลิโคนไม่ยุบตัวได้ง่าย
    • Soft เป็นซิลิโคนที่ไม่ดูเป็นแท่งมากเกินไปมีความธรรมชาติ สามารถเสริมความโด่งได้พอประมาณ
    • Ultra Soft เป็นอีกหนึ่งซิลิโคนที่มีความละมุน เหมาะสำหรับคนที่เนื้อจมูกน้อย

    >> อ่านบทความ รู้ก่อนทำกับการเสริมจมูกมีกี่แบบ ได้ที่นี่<<

    ซิลิโคนจมูกแต่ละประเทศต่างกันหรือไม่?

    ซิลิโคนเกาหลี


    ซิลิโคนของเกาหลีจะเน้นการเสริมโคนจมูก และ ปลายจมูก เป็นซิลิโคนสีเหลือง หรือ น้ำตาลแดง ที่ให้ความเป็นธรรมชาติ นิ่ม และ มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ไม่ได้เน้นให้โด่งมากนัก แต่จะเน้นให้โด่งแบบเป็นธรรมชาติ

    ซิลิโคนญี่ปุ่น


    ซิลิโคนญี่ปุ่นเป็นซิลิโคนที่มีความแข็งปานกลาง เนื้อซิลิโคนมีสีเหลือง ไม่สามารถบิดงอได้เหมือนซิลิโคนเกาหลี สามารถเสริมความโด่งได้ดี แต่อาจจะเสี่ยงต่อการทะลุได้ และ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติมากนัก

    ซิลิโคนอเมริกา


    ซิลิโคนจะมีสีขาว มีความนิ่มแต่ก็ไม่มากจนเกินไป แต่ก็มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อซิลิโคนละเอียด สามารถเสริมให้โด่งได้ดี ยิ่งกับคนที่มีเนื้อจมูกค่อนข้างมาก ไม่ยุบตัวง่าย

    >> อ่านบทความ จมูกทะลุพร้อมวิธีป้องกัน ได้ที่นี่<<

    จะเลือกซิลิโคนแบบไหนดี ถึงจะเข้ากับใบหน้าของเรา?

    การเลือกซิลิโคนจมูกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน นอกจากจะต้องเลือกรูปแบบที่ต้องการแล้ว ก็ยังต้องดูองค์ประกอบอื่นๆ อีกด้วย เช่น ใครที่มีเนื้อจมูกน้อยการเสริมซิลิโคนที่แข็ง เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการทะลุได้ การเลือกว่าจะใช้ซิลิโคนประเทศไหนดี ไม่มียี่ห้อไหน หรือ ซิลิโคนจากประเทศไหนดีเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความชอบ และ ความเข้ากันได้ของซิลิโคน ส่วนใครที่อยากเสริมจมูกให้ปัง และ มีคุณภาพอย่าง Bujeong Clinic Surgery Center คลินิกที่ให้บริการเสริมจมูกด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน ที่จะช่วยเนรมิตจมูกของคุณให้ออกมาดีที่สุด!!!

    >> อ่านบทความ เตรียมตัวก่อนทําจมูก ได้ที่นี่ <<

     
    เสริมจมูกให้ดี และ ปลอดภัยเลือกเสริมกับ Bujeong Clinic Surgery Center

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999



    12


    จมูกนับว่าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญบนใบหน้า หากจมูกสวยก็จะทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา ทำให้การเสริมจมูกเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน จมูกทรงไหนดี ทรงไหนปัง วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center ได้รวบรวมทรงจมูกยอดนิยมมาให้ทุกคนแล้ว อย่ารอช้าไปอ่านบทความกันเลย!!!
     
    เลือกทรงจมูกให้เหมาะกับหน้า


    การจะเสริมจมูกควรจะต้องดูว่าจมูกทรงที่เราต้องการสมดุลกับสัดส่วนบนใบหน้าหรือไม่ ที่เรียกว่า Golden Ratio เนื่องจากใบหน้าของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน หากเสริมจมูกโดยไม่ได้คำนึงถึงส่วนต่างๆ ก็อาจจะทำให้เมื่อเสริมออกมาแล้วไม่สวย ไม่เข้ากับรูปหน้า

    • ความยาวจมูก ความยาวของจมูกที่ดีควรจะอยู่ประมาณ 1 / 3 ของใบหน้า ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ให้ทำการแบ่งใบหน้าเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กันตามแนวนอน จมูกควรจะมีความยาวประมาณช่วงตรงกลางของใบหน้า ไม่ควรยาวเกินไปกว่านี้

    • ความกว้างจมูก ความกว้างของจมูกที่ดีควรอยู่ประมาณ 1 / 5 ของใบหน้า โดยให้เราทำการแบ่งใบหน้าเป็น 5 ส่วนเท่าๆ กันตามแนวตั้ง ส่วนของปีกจมูกควรมีระยะตรงกับหัวตา
    • ความโด่งของจมูก บริเวณสันจมูกทำมุมเฉียงประมาณ 36 - 40 องศา เมื่อมองจากด้านข้างจะถือว่าเป็นความโด่งของจมูกที่พอดี และ มุมระหว่างจมูกกับหน้าผากก็ควรจะทำมุมประมาณ 135 - 140 องศา
    • ความเชิดของปลายจมูก ส่วนของมุมของปลายจมูกกับร่องเหนือริมฝีปาก สำหรับผู้หญิงควรจะทำมุมประมาณ 95 - 100 องศา และ ผู้ชายควรทำมุมประมาณ 90 - 95 องศา ส่วนของรูจมูกควรมีความกว้างประมาณ 4 / 6 ของความสูงปลายจมูก

    ทรงจมูก ยอดนิยมทำทรงไหนดี?

    ทรงสโลปปลายหยดน้ำ


    ทรงสโลปปลายหยดน้ำถือว่าเป็นอีกหนึ่งทรงยอดนิยม การเสริมจมูกแบบนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีจมูกค่อนข้างยาว และ มีเนื้อที่ปลายจมูกพอประมาณ ส่วนปีกจมูกไม่ควรกว้างมาก ทรงที่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เนื้อจมูกตรงปลายน้อย เพราะเสี่ยงต่อการทะลุได้อีกด้วย

    ทรงสโลปปลายจมูกพุ่ง


    ใครที่อยากให้จมูกดูโด่ง ทรงปลายพุ่งถือว่าเป็นอีกทรงยอดนิยม เพราะปลายจะจมูกจะยกสูงขึ้นทำให้ดูเป๊ะ จมูกเป็นสันเป็นคมมาก จมูกทรงนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อจมูกโดยเฉพาะตรงปลายจมูก ความพุ่งก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกของแต่ละคน

    ทรงสันจมูกตรงปลายเชิด


    นี่เป็นทรงฮอตฮิตสำหรับสายฝอ ช่วยทำให้จมูกไม่บานออกปลายจมูกจะงุ้มเข้าไป เหมาะสำหรับคนที่ปลายจมูกงุ้ม จมูกบาน และ มีเนื้อที่จมูกค่อนข้างเยอะ ทั้งในการเสริมที่บริเวณสันจมูก และ ปลายจมูก

    ทรงบาร์บี้ไลน์


    ทรงบาร์บี้ เป็นทรงที่จะเน้นสันจมูกให้สูง และ ปลายจมูกเล็ก ทำออกมาแล้วจะจมูกจะดูเป็นทรงชัดเจน เป็นทรงจมูกที่เหมาะสำหรับคนที่มีจมูกเล็ก มีเนื้อจมูกพอสมควร โดยเฉพาะบริเวณสันจมูก แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีจมูกบาน จมูกใหญ่มากนัก

    จะเห็นว่าทรงจมูกก็มีให้เลือกหลายทรง ดังนั้นจะเสริมจมูกทั้งที ต้องมีศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนและต้อง เลือกซิลิโคนเสริมจมูกให้เหมาะสม รวมทั้งการเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอแต่ละท่านก็เชี่ยวชาญรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าใครอยากได้ทรงที่เกาหลีสวยๆ และ ผ่าตัดด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Bujeong Clinic Surgery Center เป็นอีกหนึ่งที่ ที่จะช่วยเนรมิตจมูกสวยๆ ให้แก่คุณ จมูกสวยต้องที่นี่เลย!!!

    สำหรับใครที่ตัดสินใจได้แล้ว และ มีแพลนจะเสริมจมูกก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมตามบทความข้างล่างนี้เลย

     
    ทรงจมูก เป๊ะปังต้องที่ Bujeong Clinic Surgery Center

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999



    13


    ใครอยากเสริมจมูกต้องอ่าน!!! การเสริมจมูกมีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะพาคุณมารู้จักว่าการ เสริมจมูกมีกี่แบบ ใครที่มีแพลนจะเสริมจมูกไม่ควรพลาด จะเสริมจมูกทั้งทีต้องเสริมให้มันปังไปเลยค่ะ!!!
     
    เสริมจมูกมีกี่แบบ แบบไหนปัง!!!
    การเสริมจมูกมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลักๆ นั่นก็คือ การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty) และ การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) แต่ละแบบก็จะมีข้อดี และ ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
     
    การเสริมจมูกแบบปิด


    การเสริมจมูกรูปแบบนี้จะผ่าตัดจากด้านใน ทำให้รอยแผลที่ได้มีขนาดเล็ก มองภายนอกจะไม่เห็นบาดแผล เป็นการเสริมจมูกที่ใช้เวลาในการทำไม่นานมาก เพราะไม่ได้ไปเปลี่ยนโครงสร้างจมูก เหมาะสำหรับคนที่ทรงจมูกดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาเรื่องทรงจมูกมากนัก หรือ คนที่มีจมูกทรงสั้น เนื้อจมูกไม่น้อยจนเกินไป

    ข้อดีของการเสริมจมูกแบบปิด

    • ใช้เวลาในการทำน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาในการทำที่จำกัด
    • แผลเล็ก พักฟื้นได้ไว และ บวมช้ำน้อย
    • ได้ทรงจมูกที่สวยดูเป็นธรรมชาติ
    • ราคาไม่แพงมาก ถ้าเทียบกับราคาเสริมจมูกแบบเปิด

    ข้อเสียของการเสริมจมูกแบบปิด

    • หากใช้งานไปนานๆ อาจทำให้จมูกทะลุ หรือ จมูกเบี้ยวได้

    >> อ่านบทความ จมูกทะลุคืออะไร พร้อมวิธีป้องกัน ได้ที่นี่<<

    การเสริมจมูกแบบเปิด


    การเสริมจมูกแบบนี้เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกที่จะช่วยในการปรับโครงสร้างของจมูกโดยตรง จะแตกต่างจากการเสริมจมูกแบบปิดที่จะใช้ซิลิโคนในการเสริม มาเป็นการใช้กระดูกหลังหู หรือ กระดูกบริเวณซี่โครงแทนทำให้สามารถแก้ปัญหาทรงจมูกได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องจมูก เช่น จมูกแบน จมูกสั้น จมูกเบี้ยว

    ข้อดีของการเสริมจมูกแบบเปิด

    • ช่วยปรับโครงสร้างสำหรับคนที่มีปัญหาจมูกมากๆ
    • ได้ทรงจมูกที่สวย สามารถทำจมูกได้หลายทรง
    • มีความปลอดภัย ทำให้โครงสร้างจมูกมีความแข็งแรง

    ข้อเสียของการเสริมจมูกแบบเปิด

    • การผ่าตัดค่อนข้างยาก ใช้เวลานาน
    • ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนจากการทำจมูก
    • มีแผลให้เห็นที่ใต้จมูกชัดเจน
    • ราคาแพงกว่าการเสริมจมูกแบบปิด
    • จะต้องดูแลรักษาให้ดีเป็นพิเศษ มีข้อห้ามในการพักฟื้นค่อนข้างเยอะ

    เสริมจมูกแบบปิด และ แบบเปิดต่างกันอย่างไร?


    การเสริมจมูกแบบปิด เป็นการเสริมจมูกขนาดเล็ก อาจจะใช้แค่ยาชาระหว่างการผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 60 - 90 นาที แต่ถ้าเป็นการเสริมจมูกแบบเปิด จะเป็นการผ่าตัดใหญ่ ส่วนใหญ่จะใช้ยานอนหลับระหว่างทำการผ่าตัด จะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะเสริมจมูก จะต้องทำการปรับโครงสร้างของจมูกให้ได้รูปทรงก่อน เมื่อปรับโครงสร้างเสร็จแล้วจึงจะใส่กระดูกอ่อนเข้าไปเพื่อเสริมให้จมูกได้รูปทรง ให้จมูกโด่งขึ้น

    >> อ่านบทความ ซิลิโคนจมูก มีกี่ประเภท ได้ที่นี่ <<

    เสริมจมูกแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง?


    วิธีเช็ดเนื้อจมูกของแต่ละคน ให้ใช้หัวแม่มือ และ นิ้วชี้ ไปดึงบริเวณสันจมูกดูว่า เมื่อดึงแล้วเนื้อจมูกขึ้นมาเยอะหรือไม่ หากดึงได้น้อยแสดงว่าเนื้อจมูกเราน้อย หากเรารู้แล้วว่าเนื้อจมูกน้อย ก็ต้องมาดูก่อนว่าเนื้อจมูกของเราน้อยแค่ไหน ถ้ายังพอมีเนื้อก็สามารถเสริมจมูกทรงที่เข้ากับใบหน้าได้

    • การเสริมจมูกแบบปิด - คนที่จะเสริมจมูกรูปแบบนี้ ควรจะเป็นคนที่มีโครงสร้างจมูกดีอยู่แล้ว ในส่วนของปลายจมูกมีเนื้อจมูกไม่น้อยจนเกินไป
    • การเสริมจมูกแบบเปิด - คนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อจมูกน้อย จมูกสั้น จมูกเบี้ยว เสียรูป รวมทั้งคนที่เคยผ่าตัดเสริมจมูกมาแล้วมีปัญหา

    ส่วนใครที่ไม่แน่ใจเรื่องทรงจมูก ขอแนะนำให้เข้าไปปรึกษากับทางคลินิก เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนประเมินการเสริมจมูกให้ พร้อมกับดีไซน์ทรงจมูกที่เหมาะกับใบหน้าของคุณ การเสริมจมูกให้ออกมาปังควรจะคำนึงถึงโครงสร้างจมูกของตัวเองให้ดีก่อน นอกจากนั้นก็ควรจะเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ชำนาญการในการผ่าตัดเสริมจมูกอย่าง Bujeong Clinic Surgery Center ที่ให้บริการเสริมจมูกด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน ที่จะช่วยเนรมิตจมูกที่เข้ากับคุณ ให้คุณสวยปังแบบสาวเกาหลี!!!

    >> อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก ได้ที่นี่ <<

     
    อยากมีจมูกปังๆ เลือก Bujeong Clinic Surgery Center

    Bujeong Clinic Surgery Center (ศูนย์ศัลยกรรมพูจองคลีนิก) เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center สำหรับศัลยกรรม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999


    14


    ใครที่มีแพลนจะทำจมูกต้องอ่าน!!! ใครอยากจะเสริมจมูกให้สวยปัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยากจะเสริมก็เดินเข้าไปเสริมได้เลย เพราะการจะเสริมจมูกจะต้องทำการ เตรียมตัวก่อนทําจมูก วันนี้ Bujeong Clinic Surgery Center จะมาบอกวิธีการเตรียมตัวที่คุณไม่ควรพลาด!!!
     
    การตัดสินใจก่อนทำจมูก

    • ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ก่อนว่าจมูกของเรามีปัญหาด้านไหน ทรงที่เราอยากได้เป็นแบบไหน แบบไหนเหมาะกับเรา
    • เข้าไปปรึกษาแพทย์ หรือ คลินิกที่ต้องการจะเข้าไปเสริมจมูก เพราะแพทย์จะสามารถให้คำปรึกษา แนะนำได้ตรงจุดว่าเราควรทำแบบไหน


    ขั้นตอนการ เตรียมตัวก่อนทําจมูก!!!

    ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง


    ใครที่มีโรคประจำตัวให้ทำการแจ้งโรคประจำตัว หรือ ยาที่ทานอยู่ประจำ เพราะยาบางชนิดหากทานแล้วอาจจะมีผลต่อการผ่าตัด ทำให้แผลบวม หรือ หายช้าได้

    ระวังการทานของแสลง


    อาหารบางชนิดถือว่าเป็นของแสลงต่อคนที่ผ่าตัดเสริมจมูก เช่นของหมักดอง และ พวกอาหารทะเลต่างๆควรเลี่ยงการทานในช่วงประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะผ่าตัดเสริมจมูก เพราะทำให้เกิดการอักเสบของแผล และ มีอาการคันร่วมด้วยได้

    เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และ สูบบุหรี่


    เว้นการดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 1 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด เพราะแอลกอฮอล์จะมีสารที่ไปทำลายเซลล์ที่มีหน้าที่ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย เป็นผลให้แผลผ่าตัดหายได้ช้า รวมถึงการสูบบุหรี่ด้วย เพราะจะทำให้เกิดเสมหะ และ การไอจนเป็นผลทำให้เจ็บแผลได้

    อาหารเสริม และ ยาแก้ปวดต้องงด


    ควรเลี่ยงการทานอาหารเสริมทุกชนิด และ พวกวิตามินต่างๆ เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้า หรือ เลือกออกมากว่าปกติ นอกจากนั้นยาแก้ปวด แก้อักเสบก็เป็นของต้องห้ามที่ไม่ควรทาน เพราะยาในกลุ่มนี้จะไปทำให้เลือดแข็งตัวช้า
     
    ก่อนวันผ่าตัดต้องเตรียมตัวอย่างไร?


    • วันก่อนผ่าตัดควรทำการงดทานน้ำ และ อาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
    • ควรที่จะนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์
    • ไม่ควรแต่งหน้าก่อนมาเสริมจมูก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ
    • เล็บควรทำการล้างเล็บก่อน และ ควรตัดเล็บให้สั้น
    • หากใส่เครื่องประดับก็ควรถอดออกให้เรียบร้อย

    หลังผ่าตัดเสริมจมูกแล้วต้องทำอย่างไร?

    หลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกเสร็จแล้ว เราจะได้ทำการพักฟื้นประมาณ 15 - 30 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หลังจากนั้นเมื่อเรากลับมาพักฟื้นที่บ้าน
    • ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพราะจะช่วยลดอาการปวด บวม อักเสบของแผล
    • ควรจะหมั่นประคบเย็นในช่วง 4 - 5 วัน เพื่อช่วยให้เลือดแข็งตัว
    • ทำความสะอาดบริเวณรอบๆ แต่อย่าพึ่งให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรกหลังผ่าตัด
    • ควรใช้หมอนรองคอ และ ไม่ควรนอนตะแคงเพราะอาจจะทำให้จมูกเสียทรงได้
    • เลี่ยงอาหารที่แสลง เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ บวมได้
    • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และ สูบบุหรี่
    • ไม่ควรทำให้จมูกกระทบกระเทือน เพราะอาจทำให้จมูกเบี้ยว หรือ ผิดรูปได้
    • ควรเลี่ยงการแกะ เกา และ เลี่ยงบาดแผลโดนน้ำ

    การเตรียมตัวแต่ละขั้นตอน ข้อห้ามต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อให้การผ่าตัดออกมาดีที่สุด ส่วนใครที่อยากเสริมจมูกกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ต้องที่ Bujeong Clinic Surgery Center เลยมีทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะช่วยเนรมิตจมูกทรงสวยให้แก่คุณ
     
    >> อ่านบทความ วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก ได้ที่นี่ <<


    จมูกทรงสวยเลือกที่ Bujeong Clinic Surgery Center

    Bujeong Clinic Surgery Center เป็นคลินิกเสริมความงาม ที่ให้บริการศัลยกรรม และ หัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ มาตรฐานความปลอดภัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ไทย และ แพทย์เกาหลี ที่มากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมจะเนรมิตให้คุณสวยแบบที่ต้องการ  นอกจากนั้นแล้วพูจองคลินิกยังมีสาขาให้เลือกมากมายถึง 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด เพราะความสวยไม่รอใคร อยากสวยเลือกทำที่ Bujeong Clinic Surgery Center สิคะ!!!

    มั่นใจ ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน พูจองคลินิกส่งตรงความงาม แบบฉบับเกาหลี

     
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic สำหรับเสริมความงาม ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong Clinic - พูจอง คลินิก
    Line : @Bujeong-Clinic
    Tel : 088-050-1111
     
    สามารถติดตาม Bujeong Clinic Surgery Center ช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
    Facebook : Bujeong surgery center
    Line : @bujeongsurgery
    Tel : 061-042-2999



    15


    หลายคนเลือกที่จะใช้การทานยาคุมเพื่อให้มีหน้าอกขึ้นมา เพราะเชื่อว่ายาคุมช่วยได้ ยาคุมช่วยได้จริงหรือไม่ ใครที่อยากมีหน้าอกไม่ควรพลาด เพราะวันนี้ Sistalk จะมาไขข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับ ยาคุมหน้าใส อกโต ไม่อ้วน จริงหรือไม่ ยาคุมมีประโยชน์สารพัดตามที่ใครๆ พูดไว้จริงหรือเปล่า อย่ารอช้าไปอ่านบทความกันเลย!!!
     
    จริงหรือไม่ทาน ยาคุมหน้าใส อกโต ไม่อ้วน!!!

    ยาคุมช่วยทำให้หน้าอกใหญ่จริงไหม?


    ในยาคุมกำเนิดจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ลักษณะเด่นของผู้หญิงเด่นชัดออกมา เมื่อระดับฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มสูงขึ้น เลยทำให้ร่างกาย และ สรีระต่างๆ ขยายออก ไม่ว่าจะเป็นเอว สะโพก รวมทั้งหน้าอกด้วย ยาคุมบางตัวก็ยังทำให้มีอาการบวมน้ำ สัดส่วนดูใหญ่ขึ้น ในบางคนขนาดหน้าอกจะโตขึ้นอย่างมาก จึงทำให้เราเข้าใจว่าทานยาคุมแล้วหน้าอกจะโต นอกจากนั้นในการเพิ่มขนาดหน้าอกของกลุ่ม LGBT ยาคุม จะไปกดฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย เพื่อเพิ่มลักษณะของเพศหญิงให้เพิ่มมากขึ้น  ทำให้รูปร่าง สรีระต่างๆ เหมือนผู้หญิงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

    "อีกทั้งยังไม่มีผลวิจัยที่รองรับว่ายาคุมทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นจริง สิ่งที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้คือหน้าอกแต่เป็นลักษณะเพศหญิงที่เด่นชัดขึ้นเมื่อฮอร์โมนมากขึ้น รวมไปถึงลักษณะเด่นอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ผิวพรรณอีกด้วย"

    ยาคุมช่วยให้หน้าใส ไม่อ้วนได้จริงไหม?


    นอกจากยาคุมจะช่วยทำให้อกโตแล้ว ยาคุมยังช่วยให้หน้าใสขึ้นอีกด้วย ฮอร์โมนในยาคุมจะไปช่วยกดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่เป็นฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย ที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวฮอร์โมนขึ้น ส่วนเรื่องของการบวมน้ำหากเลือกทานยาคุมที่มีตัวยาเป็น ดรอสไพรีโนน จะช่วยในการลดการบวมน้ำ ใครที่ไม่อยากบวมน้ำให้สังเกตตัวยาให้ดีว่ามีตัวยานี้หรือไม่ก่อนใช้ หากไม่มีจะไม่ช่วยลดการบวมน้ำ และ อาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้

     
    วิธีกินยาคุมให้ปลอดภัย!!!


    • ยาคุมแบบ 21 เม็ด - ทานยาคุมวันละเม็ดให้ครบ 21 เม็ดตามลูกศรบนแผงยาคุม เมื่อทานจนหมดแผง จากนั้นให้หยุดทานยา 7 วันแล้วจึงเริ่มทานแผงใหม่ต่อได้
    • ยาคุมแบบ 28 เม็ด - ให้ทานยาวันละเม็ดจนครบ 28 เม็ดตามลูกศร เมื่อทานจนครบแล้ว ให้เริ่มทานแผงใหม่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องหยุดทานยา

    สำหรับยาคุมแบบ 28 เม็ด จะมีแบบที่เป็น 21 + 7 (เม็ดฮอร์โมน 21 เม็ด และ เม็ดแป้ง 7 เม็ด) กับแบบ 24 + 4 (เม็ดฮอร์โมน 24 เม็ด และ เม็ดแป้ง 4 เม็ด) มีความแตกต่างกันที่จำนวนเม็ดแป้ง และ ห้ามทานยาคุมย้อนศรเด็ดขาด!!! มีหลายคนเข้าใจผิดว่าการทานยาคุมย้อนศรจะทำให้นมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่จริงเลยนะคะ!!! ไม่เพียงแค่จะไม่ทำให้หน้าอกโตขึ้นแล้ว แต่ยังทำให้การความกำเนิดไม่เป็นผลด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรกินยาคุมย้อนศรนะคะ!!!
     
    ข้อควรระวังในการทานยาคุม


    • รู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว อารมณ์แปรปรวน ที่เป็นผลมาจากยาคุมกำเนิด
    • คนที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจ เส้นเลือดในสมอง และ เลือดคั่ง ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชก่อนทานยาคุม
    • สำหรับใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก สูบบุหรี่ เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นไมเกรน เป็นโรคเลือดคั่ง หรือ มีอายุมากกว่า 35 ปี ไม่แนะนำให้กินยาคุม แต่ให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอย่างอื่นแทน

    อ่านบทความ >> ลืมกินยาคุม ต้องทำยังไง << ได้ที่นี่


    Sistalk เข้าใจทุกปัญหาผู้หญิง

    เรื่องของสาวๆ ก็ต้องให้สาวๆ คุยกันสิคะ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีปัญหา มีข้อสงสัยไม่ว่าจะเรื่องของ สุขภาพ , การดูแลรูปร่าง , เรื่องลับๆ ของสาวๆ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความรัก และ เทรนด์อื่นๆ ไม่อยากพลาด ต้องเข้ามาอ่าน มาติดตามบทความที่เรา Sistalk ได้รวบรวมมาให้ รับรองได้ว่าคุณจะได้ทั้งประโยชน์ สาระความรู้ และ อัปเดตเทรนด์ก่อนใคร เพราะเราเข้าใจผู้หญิงดี!!!

    ใครไม่ Talk Sistalk นะคะซิส!!!

     
    สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล Sistalk ตามช่องทางอื่นๆได้ที่
    Facebook : sistalk.in.th
    Instagram : sistalk.in.th
    Twitter : @SistalkTH



    หน้า: [1] 2 3 ... 9
    รับติดแบนเนอร์เว็บบอล, รับทำseoเว็บบอล