สล็อตออนไลน์อันดับ1
pussy888

เว็บหวยออนไลน์

บาคาร่า

SAGAME

แทงบอลออนไลน์

ธงชายหาด

918kiss

pussy888

บาคาร่า

joker123

บาคาร่า

ศูนย์รวมบาคาร่าออนไลน์

คาสิโนออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

คาสิโนออนไลน์

pussy888

คาสิโนออนไลน์

joker123

สล็อต

บาคาร่าออนไลน์

สล็อต

รับติดป้ายโฆษณา รับติดป้ายโฆษณา เช่าเครื่องเสียง บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป หวยฮานอย จ่ายเต็ม รับทำรั้ว

รับติดป้ายโฆษณา รับติดป้ายโฆษณา บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป อบรมปั้นจั่น บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ตัดต่อสายพานลำเลียง ไนโตรเจนเหลว เตียงเหล็ก รับติดป้ายโฆษณา แพแอร์กาญจนบุรี รับรีโนเวท

918kiss pussy888 luca pg รับติดป้ายโฆษณา รับติดป้ายโฆษณา

สล็อตออนไลน์

หวยออนไลน์

เกมออนไลน์

เกมสล็อตออนไลน์

live22

คาสิโน Mawingold

เกมสล็อตออนไลน์

หวยออนไลน์

เว็บคาสิโนอันดับ1

คาสิโนออนไลน์

SUPERSLOT

แทงบอลออนไลน์

คาสิโนออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

สล็อตออนไลน์

สล็อตออนไลน์

สล็อตออนไลน์

เว็บแทงบอล sbo ดีที่สุด

บาคาร่า คาสิโน เล่นง่ายจ่ายจริง

แทงบอลออนไลน์

luciebet คาสิโนออนไลน์

คาสิโนออนไลน์

databet พนันออนไลน์

เกมส์สล็อตออนไลน์

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1


เพราะวัสดุไม้ให้ความสวยงามที่ดูหรูหรากว่าพลาสติก หรือเหล็กทั่ว ๆ ไป การเลือกใช้ หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้ เช่น โต๊ะไม้ หรือเก้าอี้ไม้ จึงเป็นที่นิยมมาช้านาน เก้าอี้พับที่ทำจากไม้แท้ หรือเก้าอี้นั่งเล่นจากไม้อัด นอกจากจะให้สัมผัสธรรมชาติ ดูอบอุ่น ใช้ได้สำหรับการใช้งานเพื่อนั่งเล่น นั่งทำงาน หรือนั่งรับประทานอาหารแล้วนั้น เก้าอี้ไม้สวย ๆ ยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านได้หลากหลายสไตล์
ว่าแล้ว เพื่อดูแลรักษาเก้าอี้ไม้ที่ท่านรักให้ใช้งานได้ยาวนาน และคุ้มค่าที่สุด บทความในวันนี้เรามีสาระดีๆ เกี่ยวกับเก้าอี้ไม้มานำเสนอ
ไม้ยอดนิยมที่ใช้สำหรับทำเก้าอี้
แม้จะเรียกรวมๆ กันว่า เก้าอี้ไม้ ทว่า เก้าอี้พับ หรือเก้าอี้นั่งเล่น ทำจากไม้ที่เราเห็น ๆ กัน นั้น ทำมาจากวัสดุไม้หลายประเภทเลยทีเดียว ทั้งนี้ ไม้ยอดนิยมที่ใช้สำหรับนำมาทำเก้าอี้ ก็ได้แก่
-ไม้อัด: เป็นวัสดุไม้ชนิดเบา สามารถฉลุได้ มีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย มีความทนทานในระดับหนึ่ง นิยมนำมาผลิตเป็นเก้าอี้ มีราคาถูก
-ไม้จริง: เป็นวัสดุไม้แท้ มีความทนทานสูง สามารถทำเป็นเก้าอี้สไตล์สวย ดูหรู แต่มีน้ำหนักมาก และมีราคาแพง
-ไม้ปาติเกิล: ทำจากการนำไม้ยางพาราขนาดเล็กมาบด อัดรวมกัน และผ่านกระบวนการทางเคมี มีข้อดีคือมีน้ำหนักเบา ราคาถูก สามารถขึ้นรูปเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นเก้าอี้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เก้าอี้พับ แต่มีข้อเสียที่ไม่ค่อยทนทาน และไม่เหมาะกับใช้ในพื้นที่ที่มีอากาศชื้น
วิธีการดูแลรักษาเก้าอี้ไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้
เก้าอี้ไม้ มีวิธีการใช้งาน และดูแลรักษาเช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั่ว ๆ ไป ซึ่งได้แก่
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนน้ำ: ไม่ควรใช้เก้าอี้ไม้ ไม่ว่าทำจากวัสดุไม้ประเภทไหนในบริเวณที่มีความชื้น เนื่องจากน้ำ และความชื้นอาจทำให้เก้าอี้บวมน้ำ เนื้อไม้หลุดร่อน และเสื่อมสภาพได้เร็ว ทั้งนี้ หากบังเอิญสัมผัสกับน้ำ ให้คุณรีบนำผ้าแห้งมาเช็ดเก้าอี้ แล้วตั้งในที่ที่อากาศถ่ายเท
2. ตั้งในที่ที่อากาศถ่ายเท: แสงแดด ความร้อนเหมาะสม และอากาศที่ถ่ายเทช่วยคงสภาพเก้าอี้ไม้ให้ใช้งานได้ยาวนาน ทั้งนี้ คุณไม่จำเป็นต้องตั้งเก้าอี้ของคุณในที่ที่มีแสงแดดจัด ขอเพียงเป็นพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทและสว่าง ไม่อับชื้นก็เพียงพอ
3. เช็ดเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้วยผ้าแห้ง: จริงอยู่ที่เมื่อเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้แล้ว คุณควรทำความสะอาดบ่อย ๆ อย่างไรก็ดี เราไม่แนะนำให้คุณ ๆทำความสะอาดเก้าอี้ไม้ด้วยความชื้น หรือผ้าเปียกชุบน้ำ หากเป็นไปได้ ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาด หากจำเป็นต้องใช้น้ำ ให้ใช้ผ้าเปียกหมาด ๆ เช็ด แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ เพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์ไม้ชื้น อาจทำให้เกิดรา และเสื่อมสภาพได้
4. ระวังของมีคมที่อาจทำให้เกิดรอย: แม้เก้าอี้ไม้จะขึ้นชื่อเรื่องความคงทน ใช้ได้นาน อย่างไรก็ดี หากเผชิญกับรอยขีดข่วน เก้าอี้ไม้ของคุณก็อาจหมดสวยลงไปได้ ด้วยเหตุนั้น ในการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ ให้ระมัดระวังเกี่ยวกับของมีคมต่าง ๆ ที่อาจบาดเข้ากับเนื้อไม้

สั่งซื้อสินค้าในหมวด เก้าอี้พับ ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Homepro : https://www.homepro.co.th/c/FUR0903

2


เพื่อสร้างบรรยากาศลงตัวให้กับห้องนั่งเล่นของท่าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น รวมไปถึง ชั้นวางทีวี คือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ต้องเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียด เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สวยย่อมทำให้ห้องดูสวยงาม ในขณะเดียวกันเรื่องการใช้งาน และคุณภาพที่ตรงใจก็มีความสำคัญไม่น้อยเพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ใช้ได้ยาวนาน
บทความนี้ เราจะมาช่วยเสนอแนะเคล็ดวิธีการเลือกชั้นวางทีวีดี ๆ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตรงใจ และดูดี มีความสวยงาม
1. เลือกดีไซน์ และโทนสีของชั้นวางทีวีให้เข้ากับบรรยากาศห้อง
ไม่ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ท่านกำลังเลือกหาจะเป็นชั้นวางทีวี โต๊ะวางทีวี หรือตู้วางทีวี เคล็ดลับข้อสำคัญในการเลือก คือการหาเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เข้ากับห้องคุณ ลองพิจารณาดูว่าคุณ ๆตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ใด เลือกหาตู้วางทีวีในสไตล์ที่เข้ากันเพื่อสร้างความกลมกลืนให้กับตัวห้อง ทั้งนี้ วิธีง่ายๆ ที่ช่วยเลือกชั้นวางทีวีเข้ากับห้อง คือการเลือกโทนสี และวัสดุของตู้วางทีวีให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้องนั่นเอง
2. พิจารณาระดับสายตา
ชั้นวางทีวีที่ดีควรมีระดับตั้งทีวี ที่ตรงกับระดับสายตาของสมาชิกในบ้านเพื่อป้องกันอาการเมื่อยล้าของทั้งกล้ามเนื้อและสายตาของผู้รับชม ทั้งนี้ ชั้นวางที่ดีควรมีความสูงอยู่ที่ราวๆ 40–50 เซนติเมตร ทั้งนี้เพราะเป็นความสูงที่อยู่ในระดับสายตาในการมองเห็น อย่างไรก็ดี ท่านควรพิจารณาความสูงของโซฟาที่ใช้ตั้งหน้าทีวีร่วมด้วย หากโซฟา หรือเก้าอี้สำหรับนั่งรับชมทีวีมีความสูงมาก ก็อาจต้องปรับระดับความสูงของโต๊ะวางทีวีให้สูงขึ้นตามไปด้วย
3. ขนาดของชั้นวางทีวี
ในท้องตลาดมีการจัดจำหน่ายชั้นวางทีวีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด คุณ ๆควรเลือกหาขนาดของชั้นวางทีวีที่เหมาะสมกับห้องของคุณ ชั้นวางทีวีที่ช่วยเสริมให้ห้องดูดี ไม่ควรมีขนาดเล็ก หรือใหญ่จนเกินไป เหตุเพราะชั้นวางทีวีขนาดใหญ่จะกินพื้นที่อื่น ๆ ของห้อง ทำให้รู้สึกอึดอัด ส่วนชั้นวางทีวีที่มีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับห้อง ก็อาจทำให้ห้องดูไม่สมส่วน นอกจากนี้ ท่านควรพิจารณาถึงขนาดของทีวีที่เลือกใช้ จงเลือกหาชั้นวางทีวีที่สามารถใช้ตั้งทีวีได้มั่นคงและปลอดภัย
4. เลือกโต๊ะวางทีวีที่มีฟังก์ชั่นอื่น ๆ
การเลือกโต๊ะวางทีวีที่มาพร้อมฟังก์ชั่นอื่น ๆ เช่น มีส่วนของตู้โชว์ หรือลิ้นชักสำหรับเก็บของ คือหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริง ด้วยเหตุว่าในทางความเป็นจริงนั้น เกือบจะทุกบ้านมักจะมีการเก็บข้าวของ หรือตั้งของโชว์บริเวณทีวี เช่น วิดีโอเกมส์ แผ่นซีดี รวมไปถึงรีโมทต่าง ๆ การมีพื้นที่สำหรับเก็บของ หรือส่วนจัดโชว์ที่มาพร้อมชั้นวางทีวี จึงถือเป็นจุดเด่นเพราะว่าคุณสามารถใช้ประโยชน์จากของหนึ่งสิ่งได้หลากหลายนั่นเอง
5. คิดถึงการทำความสะอาด
ในส่วนของชั้นวางทีวีนั้น มักเป็นส่วนของบ้านที่มีฝุ่นผงสะสมอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณใต้ทีวี หลังทีวี ที่เต็มไปด้วยสายไฟต่างๆ ดังนั้น การเลือกชั้นวางทีวีดีๆ เราก็ต้องเสนอแนะให้คุณ ๆอย่าได้ลืมนึกถึงเรื่องความสะดวกในการทำความสะอาด วัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุที่สามารถปัดกวาดเช็ดถูง่าย ไม่ดักฝุ่น และควรมีขนาดที่ไม่สูงจนเกินไปซึ่งทำให้ยากต่อการเช็ดปัดกวาด

สั่งซื้อสินค้าในหมวด ชั้นวางทีวี ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/FUR0807

3


ก็ต้องการจะมีโต๊ะดีๆ สำหรับใช้นั่งทานอาหาร นั่งทำงานกับเขาบ้าง แต่จะให้ตั้งเฟอร์นิเจอร์โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงานตัวใหญ่ๆ ไปเลย ก็ค่อนข้างจะเปลืองเนื้อที่ เอางี้ดีกว่าไหม ถ้าคุณ ๆคือผู้มีพื้นที่จำกัด อาจเพราะอยู่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์คือห้องชุด เราขอนำเสนอตัวเลือกดีๆ อย่าง “โต๊ะอเนกประสงค์” หรือ “โต๊ะพับ” ต้องการใช้งานเมื่อไหร่ก็กางออก อยากเก็บให้พ้นสายตาก็เพียงพับไว้
“โต๊ะอเนกประสงค์” คือเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งาน สามารถพับเก็บได้ และกางออกเมื่อต้องการใช้งาน
จุดแข็งของการใช้โต๊ะอเนกประสงค์
น้ำหนักเบา: เพราะว่าโต๊ะอเนกประสงค์ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุแข็งแรงที่มีน้ำหนักเบา อย่างเช่น อลูมิเนียม ไม้อัด และพลาสติก พีวีซี ดังนั้น จุดดีของโต๊ะประเภทนี้คือเรื่องของน้ำหนักที่มีความเบา ผู้ใช้งานสามารถพับเก็บ และเคลื่อนย้ายไปมาได้ด้วยตนเอง ประหยัดพื้นที่: ด้วยสรรพคุณที่สามารถพับเก็บ และกางออกได้ โต๊ะอเนกประสงค์คือตัวเลือกที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์ หรืออาคารชุดขนาดเล็กที่ต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอย และไม่ต้องการตั้งเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่กินพื้นที่ ตัวโต๊ะถูกออกแบบมาให้สามารถกางออกใช้เมื่อต้องการใช้งาน และหากไม่ต้องการใช้งานก็สามารถพับเก็บ ซ่อนเอาไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง หรืออาจเก็บไว้ใต้เตียง ใต้โซฟาได้ ไม่เกะกะสายตา
ดูแลรักษาง่าย: ตัวโต๊ะอเนกประสงค์ไม่ต้องการการดูแลมากเท่ากับเฟอร์นิเจอร์ทั่ว ๆ ไป เนื่องด้วยเมื่อไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บเพื่อเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดจากความชื้นและความร้อน
ราคาไม่แพง: โต๊ะอเนกประสงค์ส่วนมากนั้นมีราคาถูกกว่าเฟอร์นิเจอร์โต๊ะที่พับไม่ได้หลายเท่าตัว จึงถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอาศัยในหอพัก เหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัวที่เป็นเด็กๆ ใช้เป็นโต๊ะเรียนโต๊ะเขียนหนังสือ อีกทั้งยังเหมาะกับหนุ่มสาววัยทำงานที่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดมิเนียมที่ต้องการประหยับงบประมาณค่าใช้จ่าย
มีตัวเลือกหลากหลายตามวัตถุประสงค์การใช้งาน: ในปัจจุบัน ในห้างร้านต่างๆ มีโต๊ะอเนกประสงค์วางขายอยู่หลายประเภท ตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น
✔️ โต๊ะทานอาหารพับได้ มีตั้งแต่โต๊ะขนาดเล็กรองรับผู้ใช้งาน 1–2 คน ไปจนถึงโต๊ะทานอาหารพับได้ขนาดใหญ่รองรับผู้ใช้งานได้ 4–6 คน
✔️ โต๊ะกาแฟอเนกประสงค์ ตัวโต๊ะมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับใช้กางเพื่อสร้างมุมจิบกาแฟ มุมทานขนมเล็กๆ ภายในบ้าน หรือแม้แต่ใช้ขณะไปแคมป์ปิ้งหรือปิกนิก
✔️ โต๊ะพับสำหรับทำงาน ดังเช่น โต๊ะวางโน๊ตบุ๊คพับได้ เหมาะกับการกางออกใช้ขณะทำงานหรือเรียนหนังสือที่บ้าน และพับเก็บออกไปเมื่อทำงานเสร็จ
✔️ โต๊ะอเนกประสงค์ทรงเหลี่ยม เหมาะกับใช้ตั้งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว ใช้งานเป็นเคาน์เตอร์สำหรับทำกิจกรรม รวมไปถึงใช้จัดงานสังสรรค์รื่นเริงกลางแจ้ง ที่เมื่อใช้งานเสร็จสามารถเก็บไว้ใช้ต่อในโอกาสอื่น ๆ ได้

เลือกซื้อ โต๊ะพับ ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/FUR0905

4


หากเอ่ยถึงตัวช่วยเพื่อขจัดความร้อนภายในบ้านแล้วนั้น เพื่อน ๆอาจนึกถึงพัดลม เครื่องปรับอากาศ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่านอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งสองอย่างที่ว่ามาแล้ว “ฉนวนกันความร้อน” หรือ “แผ่นกันความร้อน” เป็นอีกหนึ่งฮีโร่แสนสำคัญที่ทำหน้าที่ช่วยปกป้องบ้านของคุณจากความร้อนภายนอกได้ดีไม่แพ้ใคร

ฉนวนกันความร้อน เป็นวัสดุหรือแผ่นวัสดุกันความร้อนสำหรับใช้ติดบ้านและอาคารเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ช่วยกักเก็บความเย็นและทำหน้าที่เป็นฉนวนกันเสียงช่วยดูดซับเสียงรบกวนจากภายนอกให้เข้ามาในบ้านได้น้อยลง
ฉนวนกันความร้อนถูกใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมักใช้ติดตั้งบริเวณเพดาน บนฝ้า ใต้หลังคาและผนัง สามารถใช้ได้ทั้งในบ้านสร้างใหม่ และบ้านเก่าที่ต้องการบุชั้นฉนวนเพิ่มขึ้นเพื่อกันความร้อนและเสียงรบกวน
ประเภทของฉนวนกันความร้อน
ในปัจจุบันนี้มีฉนวนกันความร้อนทั้งหมด 2 ชนิดหลัก ๆ ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย โดยแต่ละชนิดมีลักษณะการใช้งานและจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันไป เช่น
ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น: เป็นฉนวนกันความร้อนยอดนิยม สามารถหาซื้อได้ง่าย ติดตั้งง่าย สามารถใช้ปูบนฝ้าเพดาน ติดในโครงผนังเบา ติดบนแป หรือติดใต้จันทัน มักจำหน่ายเป็นกันเป็นม้วน โดยมีความหนา และใช้วัสดุกันความร้อนที่แตกต่างกันไป ซึ่งราคาของแผ่นกันความร้อนนี้ก็จะแตกต่างกันไปตามขนาด และประเภทของวัสดุ ทั้งนี้ วัสดุที่ใช้ในการผลิตแผ่นกันความร้อนนั้นได้แก่
✔️ ใยแก้ว (Fiber Glass) ประกอบไปด้วยใยแก้วขนาดเล็กถักทอต่อกันประสานตัวเกิดเป็นช่องโพรงอากาศซึ่งทำหน้าที่เก็บความร้อน ข้อดีของฉนวนกันความร้อนประเภทใยแก้วก็คือมีราคาประหยัด หาซื้อง่าย เป็นวัตถุไม่ติดไฟ ไม่เป็นอันตราย อีกทั้งยังสามารถใช้ได้ดีในบริเวณที่มีความชื้น
✔️ อลูมิเนียม ฟอยล์ (Aluminium Foil) เป็นวัสดุที่ทำหน้าที่ป้องกันความร้อน สามารถใช้ป้องกันรังสียูวี มีความเหนียว ทนทาน
✔️ โพลียูรีเทน โฟม (Polyurethane Foam) เป็นแผ่นกันความร้อนที่ใช้การฉีดโฟมป้องกันความร้อน โดยเป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับว่ามีค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติกันความชื้นได้ดี อย่างไรก็ดี แผ่นกันความร้อนที่ทำจากโฟมโพลีเอทิลีนมีข้อเสียคืออายุการใช้งานค่อนข้างต่ำหากสัมผัสกับความร้อนสูง
✔️ โพลีเอธิลีน โฟม (Polyethylene Foam) มีลักษณะเป็นแผ่นโฟมหุ้มด้วยฟอยล์ทำหน้าที่สะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน เป็นตัวเลือกฉนวนกันความร้อนที่มีราคาไม่แพง น้ำหนักเบา และทนแรงกระแทกได้ดี
ฉนวนกันความร้อนชนิดพ่น: นอกจากฉนวนกันความร้อนแบบแผ่นแล้วนั้น คุณยังสามารถเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนแบบพ่นได้ โดยที่พบเห็นในท้องตลาด ฉนวนกันความร้อนแบบพ่นนี้จะผลิตจากวัสดุ 2 ประเภทหลัก ๆ  ได้แก่ ฉนวนกันความร้อนเซรามิคเซรามิคโค๊ตติ้ง (Ceramic Coating) หรือสีสะท้อนความร้อน และฉนวนกันความร้อนเยื่อกระดาษ (Cellulose)
ทั้งนี้ แม้จะมีราคาแพง มีการติดตั้งที่ค่อนข้างยาก ทว่าเจ้าของบ้าน และผู้สร้างบ้านจำนวนไม่น้อยก็เลือกใช้ฉนวนประเภทนี้ ก็เพราะว่าฉนวนกันความร้อนแบบพ่นนี้สามารถสะท้อนความร้อนได้ดี สามารถฉีดโฟมเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม มีคุณสมบัติกันเสียงรบกวนได้ มีสารป้องกันแมลง อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแผ่นกันความร้อนทั่วไป

สั่งซื้อ ฉนวนกันความร้อน ได้ที่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Homepro : https://www.homepro.co.th/c/CON06

5


ถ้าคุณกำลังอยากแต่งบ้าน หรือปรับมุมต่างๆ ในบ้านให้สวยขึ้น ดูดีได้มากขึ้น แทนที่จะมองหาของตกแต่งราคาแพง หรือติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรู ทราบหรือไม่ว่า คุณ ๆสามารถเลือกใช้ “กระจก” หรือ “กระจกเงา” แทนที่ได้
การเลือกซื้อเลือกหา และติดตั้งกระจก รวมถึงกระจกเงาอย่างถูกวิธีเพื่อแต่งบ้านสวยตามวิธีดังต่อไปนี้ นอกจากจะช่วยคุณประหยัดต้นทุน ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้กับของตกแต่งแล้วนั้น กระจกสวยๆ ยังเป็นตัวเลือกง่ายๆ ราคาไม่แพง ที่สามารถช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง เติมลูกเล่น และสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับบ้านของคุณ
1. ติดกระจกเพิ่มแสงสว่าง
แทนที่จะติดตั้งดวงไฟเพิ่มเติม จะดีกว่าไหม หากท่านสามารถเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวห้องได้ด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเช่นการติดตั้งกระจก ลองติดกระจกเงาให้ตรงข้ามกับหน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติ กระจกสามารถช่วยสะท้อนแสงจากภายนอก เพิ่มความสว่าง ความสดชื่นเข้ามาภายในห้องของคุณได้
2. เพิ่มพื้นที่ด้วยกระจกเงาบริเวณผนัง
นับเป็นหนึ่งในลูกเล่นที่นักออกแบบบ้านทั้งหลายเลือกใช้กันหากต้องการเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งให้กับตัวห้อง ลองเลือกติดกระจกเงาบริเวณผนังด้านใดด้านหนึ่งในห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือติดกระจกห้องน้ำบานใหญ่ในห้องน้ำขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด เงาที่สะท้อนจะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง ช่วยทำให้รู้สึกถึงความกว้างขวาง ดูมีพื้นที่มากกว่าเดิม
3. ใช้กระจกเป็นของตกแต่ง
หลายคนอาจเลือกแต่งผนังห้องด้วยรูปภาพงานศิลปะ หรือภาพถ่ายต่างๆ แต่สำหรับคนที่รู้สึกว่าการแต่งผนังด้วยงานศิลปะหรือภาพถ่ายทำให้ห้องดูเล็ก หรือแคบลง คุณสามารถเลือกติดกระจกสไตล์โดดเด่น รูปทรงมีเอกลักษณ์แทนของตกแต่งผนังเหล่านั้นได้
4. ใช้กระจกเป็นหน้าบานเฟอร์นิเจอร์
นอกจากจะสามารถใช้กระจกแบบชิ้นเดียวตั้งพื้น หรือติดผนังเพื่อใช้ประโยชน์และเพื่อการออกแบบแล้วนั้น คุณอาจยังใช้กระจกสำหรับเป็นหน้าบานของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ดังเช่น ใช้กระจกเงาเป็นฝาตู้ ประตู หรือบานเลื่อนต่างๆ การใช้กระจกทำหน้าที่มัลติฟังก์ชั่นเช่นนี้ ยังสามารถช่วยท่านประหยัดพื้นที่ และประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้ในคราวเดียว
5. เพิ่มความหรูหราด้วยลูกเล่นจากกระจก
ลองคิดถึงภาพบ้านหรือห้องที่ดูหรูหรา เชื่อเลยว่า ในภาพนั้นจะต้องมีกระจกเป็นส่วนประกอบ คุณสามารถเลือกใช้กระจกขอบสีทอง หรือกระจกที่ถูกออกแบบมาให้มีความโค้งมนเพื่อตกแต่งผนัง หรือประตู ทำให้ห้องธรรมดา ๆ ดูหรูหราได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การตั้งกระจกเงาไว้ใกล้ๆ แสงไฟ อย่างเช่น โคมไฟ หรือไฟตกแต่ง การจัดมุม จัดองศากระจกให้สะท้อนกับแสงไฟโทนอุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถเพิ่มบรรยากาศหรู เติมความโรแมนติกให้กับห้องได้ดีเยี่ยม

เลือกซื้อ กระจก ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/BAT03

6


เป็นอีกหนึ่งงานบ้านที่หลายท่านส่ายหน้าไม่อยากจะลงมือทำเสียเท่าไร กับ เรื่องของ “งานล้างจาน” ยิ่งเมื่อเห็นจานชามวางกองพะเนินเทินทึกเต็มซิงค์ล้างจานด้วยแล้วนั้น ก็พาลรู้สึกสิ้นแรงเอาดื้อๆ กันไปเลย
เพื่อทวงคืนอ่างล้างจานโล่ง ๆ ซิงค์ล้างจานแสนสะอาด เพื่อกำจัดกองจานชามที่ยังไม่ได้ล้างกองพะเนิน เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยล้างจานให้สะอาดเอี่ยม และวิธีช่วยร่นระยะเวลาการล้างจานกองโตให้คุณได้ มาฝากกัน
1. ขจัดเศษอาหาร ใช้ผ้าหรือทิชชูเช็ด ช่วยร่นเวลาทำงาน
ถือเป็นขั้นตอนจำเป็นสำหรับการล้างจานเลยก็ว่าได้สำหรับการกำจัดเศษอาหาร และเช็ดจานให้สะอาดในระดับหนึ่งก่อนทำการล้าง ใช้ช้อนส้อมกวาดเศษอาหารลงถังขยะ ในกรณีที่จานมีคราบซอส คราบน้ำมัน และคราบอาหาร ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษชำระเช็ดออกเสียก่อน เพื่อช่วยลดความมันที่ล้างยากออกไปส่วนหนึ่ง
2. แยกชนิดจานชาม
ภาพจานชาม ช้อนส้อมที่วางกันยุ่งเหยิงเต็มซิงค์ล้างจาน นอกจากจะทำให้คนทำงานบ้านรู้สึกหมดแรงก่อนได้เริ่มทำแล้วนั้น กองจานชามที่ไม่ได้แบ่งแยกชนิดยังทำให้การล้างยิ่งวุ่นวายกว่าเดิม ฉะนั้น ขั้นตอนต่อมาหลังกำจัดเศษอาหาร คือการแยกประเภทจานชาม แบ่งส่วนช้อนส้อมออกจากจานชาม แยกแก้วน้ำ และภาชนะของคาวออกจากกันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มต้นล้าง
3. แช่จานชามที่มีคราบหนัก
เปิดน้ำใส่อ่างล้างจาน หรือกะละมังสักครึ่งหนึ่ง เติมน้ำยาล้างจานลงไปแล้วผสมให้เกิดฟอง จัดแจงแช่จานชามที่มีคราบหนักไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขั้นตอนการแช่นี้สามารถช่วยร่นระยะเวลาการทำงานของคุณลงไปได้ ก็เพราะว่าคราบหนัก คราบมันจะอ่อนตัวลง และมีการหลุดออกไปบ้าง
4. ล้างภาชนะสกปรกน้อยมามาก
ในขั้นตอนการล้างจาน ให้เรียงลำดับการล้าง โดยล้างจากสิ่งที่สกปรกน้อยที่สุดมามาก เช่น เริ่มต้นล้างจากแก้วน้ำ ภาชนะใส่ของหวาน แล้วจึงล้างช้อนส้อม ตามด้วยภาชนะใส่ของคาว หม้อ กระทะ
5. ใช้น้ำร้อน น้ำเย็นเป็นตัวช่วย
อุณหภูมิของน้ำมีคุณสมบัติช่วยกำจัดคราบต่างๆ ได้แตกต่างกันไป คุณสามารถใช้น้ำร้อนเพื่อการล้างภาชนะประเภทแก้ว และภาชนะประเภทมันวาว เพราะนอกจากจะสามารถช่วยกำจัดคราบมัน การใช้น้ำร้อนยังช่วยลดรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งนี้ คุณ ๆสามารถเลือกน้ำเย็นในการช่วยขจัดคราบมันประเภท ชีส เนย นมได้ดีกว่าน้ำร้อน เพราะน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจะทำให้คราบเนย นม ข้นเหนียว ยากต่อการล้างยิ่งกว่าเดิม
ด้วยเคล็ดลับข้างต้นนี้ หากลองนำไปใช้ดู งานล้างจานกองโตเต็มอ่างล้างจานก็จะง่ายขึ้นและร่นระยะเวลาการล้างลงไปได้ ให้คุณสามารถเอ็นจอยงานล้างจานได้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมไม่ต้องส่ายหน้า หรือรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นจานชามกองโต ดังนี้ อย่าลืมหมั่นล้างจานบ่อยๆ และทำความสะอาดซิงค์ล้างจาน เป็นประจำ เพื่อสุขภาพ และอนามัยที่ดีของสมาชิกในครอบครัว

เลือกซื้อสินค้าหมวด ซิงค์ล้างจาน ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/KIT0701

7


ปลั๊กไฟ ปลั๊กสามตา หรือปลั๊กพ่วง ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นสำหรับครัวเรือน และสำนักงาน คอยช่วยอำนวยความสะดวก ต่อพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านเข้ากับแหล่งพลังงานได้ในทุกที่ที่ต้องการใช้งาน
ถึงกระนั้นก็ตาม แม้จะใช้งานง่าย ใช้งานสะดวก แต่ทว่าการใช้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ถูกวิธี หรือเลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้ตัวคุณเอง และสมาชิกในครัวเรือนตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย เพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คน บทความในวันนี้เรามีวิธีการเลือกซื้อเลือกหา และใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้องมาฝากกัน
การเลือกซื้อปลั๊กไฟ
แม้ปลั๊กไฟ หรือปลั๊กสามตาที่วางขายกันตามท้องตลาดจะมีอยู่หลากหลาย แต่รู้หรือไม่ว่า ปลั๊กไฟปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานตามมอก. ที่ควรเลือกใช้ นั้นมีลักษณะเป็นข้อสังเกตอยู่อย่างไรบ้าง?
✔️ บนบรรจุภัณฑ์มีข้อความ “มาตรฐานมอก.ปลั๊กพ่วง”: เป็นตัวยืนยันว่าปลั๊กไฟถูกผลิตนำเข้า ตามมาตรฐาน ประกอบไปด้วยอุปกรณ์และส่วนประกอบที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัย อย่างเช่น ฟิวส์ช่วยตัดกระแสไฟฟ้า สวิตช์เปิด-ปิด และสามารถให้คุณใช้งานได้อย่างเชื่อใจว่าปราศจากอันตราย
✔️ เต้ารับไฟฟ้าแบบ 3 รู: ควรมีส่วนช่อง shutter ที่ทำหน้าที่ป้องกัน โดยคุณ ๆสามารถสังเกตได้จากการทดลองใช้ว่า หากเสียบปลั๊กลงเพียงขาเดียวตัวปลั๊กจะยังไม่สามารถใช้งานได้ แต่จะใช้งานได้เมื่อเสียบขาปลั๊กลงพร้อม ๆ กันเท่านั้น นอกจากนี้ ส่วนเต้ารับไฟฟ้าควรมีสัญลักษณ์ระบุทางเดินกระแสไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน
✔️ สวิตช์ไฟเปิดปิด: อาจเลือกซื้อแบบมีสวิตช์หรือไม่ก็ได้ แต่หากมี ให้คุณลองสังเกตว่าสวิตช์ดังกล่าวมีมาตรฐานบังคับอ้างอิงได้ ตาม มอก.
✔️ มีส่วนประกอบป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน: ในกรณีที่เป็นปลั๊กแบบมี 3 ช่องขึ้นไป ตัวปลั๊กพ่วงที่เลือกใช้ ควรมีส่วนประกอบป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน เช่น circuit breaker ติดตั้งไว้ในตัว
ทั้งนี้ คุณควรเลือกซื้อปลั๊กไฟจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ อาทิ ตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ และเลือกซื้อยี่ห้อปลั๊กพ่วงที่ดูน่าเชื่อถือ และเป็นที่นิยม ด้วยเหตุว่าในปัจจุบันมีการผลิตปลั๊กสามตาลอกเลียนแบบมาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งยากต่อการแยกแยะเลือกซื้อเลือกหาสินค้าคุณภาพ
วิธีการใช้ปลั๊กไฟที่ปลอดภัย
✔️ ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเสียบปลั๊กทุกครั้ง
✔️ ขณะใช้งานตัวเต้ารับและปลั๊กของเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเสียบกันแน่นพอดี ไม่หลวม เหตุเพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟได้
✔️ ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้า ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงหนึ่งชิ้นต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก โดยให้พิจารณาขีดจำกัดการใช้งานตามที่ระบุไว้ในคู่มือ หรือบนอุปกรณ์
✔️ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากปลั๊กไฟสายพ่วงทุกครั้งหลังใช้งานแล้วเสร็จเพื่อป้องกันอันตราย
✔️ หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ ความชำรุดบกพร่อง และเปลี่ยนปลั๊กไฟที่มีสภาพเก่า หรือที่มีอายุการใช้งานยาวนาน

เลือกซื้อ ปลั๊กสามตา ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/ELT0901

8


ในขณะที่ “ฝักบัวอาบน้ำ” เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดร่างกายคนเราอยู่ทุกวี่วัน แต่ในทางกลับกัน ฝักบัวอาบน้ำ กลับเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญทำความสะอาด หรือดูแลให้ปราศจากคราบกันเสียเท่าใด
ฝักบัวอาบน้ำที่เห็นส่วนใหญ่ เมื่อใช้งานเข้านานวัน จึงมักมีคราบตะกรัน คราบน้ำติดอยู่มากมาย ว่าแล้ว ลองอ่านวิธีทำความสะอาดฝักบัวที่เรารวบรวมมาให้ในบทความนี้ แล้วลงมือกอบกู้ความสะอาดให้ฝักบัวคู่ใจเรากันเถอะ
1. ทำความสะอาดฝักบัวด้วยสูตรจากน้ำส้มสายชู
การใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดอุปกรณ์ในห้องน้ำ ถือเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย นอกจากจะออร์แกนิค ปลอดภัย ราคาถูก ยังสามารถหยิบใช้ง่ายจากห้องครัวภายในบ้านของเราเอง ไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำยาทำความสะอาดใดๆ เพิ่มเติม สำหรับขั้นตอนการใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำของคุณนั้น ให้ลองตรวจสอบดูว่าฝักบัวของคุณเป็นแบบชนิดถอดหัวได้หรือไม่
✔️ ฝักบัวที่ถอดหัวได้: หากถอดได้ และทำจากวัสดุโลหะ คุณสามารถนำฝักบัวไปต้มกับน้ำส้มสายชูได้เลย แต่หากพบว่าวัสดุที่ใช้เป็นทองเหลือง หรือนิกเกิล ให้แช่ส่วนประกอบที่ถอดออกในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่ต้องทำการต้ม

คุณสมบัติของน้ำส้มสายชูจะช่วยล้าง ขจัดคราบน้ำและสิ่งสกปรกที่ติดกับฝักบัวออกไปได้ โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับฝักบัว ต่อมาเมื่อแช่หรือต้มฝักบัวเสร็จ ให้ต่อหัวฝักบัวเข้าตามเดิม อย่าลืมเปิดน้ำให้ไหลผ่านเพื่อเป็นการทำความสะอาดในขั้นสุดท้าย

✔️ ฝักบัวที่ถอดหัวไม่ได้: แม้จะถอดส่วนประกอบออกไม่ได้ แต่คุณสามารถนำน้ำส้มสายชูใส่ถุง ไปคลุมรอบหัวฝักบัวแล้วรัดยางไว้แทนการถอดแช่ได้ ให้คุณแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน เพื่อให้น้ำส้มสายชูค่อยๆ เข้ากำจัดคราบน้ำ คราบตะกรันออกจากฝักบัวจนเกลี้ยงเกลา

2. ขัดฝักบัวด้วยยาสีฟัน
อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดฝักบัว และกำจัดคราบติดแน่น เพียงลองหาแปรงสีฟันเก่าๆ มาสักด้าม บีบยาสีฟันลงไป แล้วขัดถูรอบๆ ฝักบัว ประสิทธิภาพของยาสีฟัน และแรงจากการขัดถูสามารถช่วยกำจัดคราบน้ำ คราบหินปูนออกจากฝักบัวอาบน้ำของคุณได้

3. ใช้เบกกิ้งโซดา เพื่อกอบกู้ความใสปิ๊ง
ฝักบัวอาบน้ำ หรือฝักบัวแรงดันสูงที่ใช้กันส่วนใหญ่นั้น มักมีพื้นผิวแวววาว แลดูใสปิ๊ง อย่างไรก็ดี เมื่อใช้นานวันเข้า ความใสปิ๊งดังว่าก็มักมัวหมองลงไป หรืออาจมีคราบน้ำมาบดบัง เพื่อทวงคืนความแวววาวเสมือนใหม่ให้กลับคืนมา ท่านสามารถใช้เบกกิ้งโซดาที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยขจัดคราบและรักษาความมันวาว นำมาผสมเข้ากับน้ำ หรือน้ำส้มสายชู แล้วใช้แช่ฝักบัวไว้ข้ามคืน จากนั้นทำการขัดถูเล็กน้อยก่อนล้างออก

เลือกซื้อ ฝักบัวอาบน้ำ ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/BAT10

9


ถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์ช่างที่มิได้มีมอเตอร์เครื่องยนต์ ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า และมิได้มีคมแหลมแต่ประการใด ทว่าในการใช้งาน “บันได” ไม่ว่าจะเป็นบันไดอลูมิเนียม หรือบันไดเหล็กแบบที่พับเก็บได้ ล้วนต้องใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน ผู้อยู่ใกล้เคียงและข้าวของโดยรอบ
เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน บทความในวันนี้เราขอเสนอเรื่องราวของบันได การใช้งานให้ปลอดภัย รวมถึงวิธีการเก็บรักษาบันไดอย่างถูกต้อง
ข้อควรระวังเมื่อใช้งานบันได
แม้บันไดส่วนใหญ่จะมีความคงทน เนื่องมาจากมักเป็นบันไดเหล็ก หรือบันไดอลูมิเนียม ที่มีความแข็งแรงทนทาน ถึงอย่างไร ก่อนการใช้งานทุกครั้งคุณควรทำความเข้าใจวิธีใช้งานที่ถูกต้อง และระมัดระวังในเรื่องดังต่อไปนี้
1. เลือกใช้บันไดให้เหมาะสมกับสภาพงาน
ก่อนการใช้งานบันไดนั้น ให้ท่านพิจารณาเสียก่อนว่าบันไดที่เลือกใช้นั้นเหมาะกับสภาพงานแล้วหรือไม่ ทั้งเรื่องความสูงของบันไดที่ควรมีความสูงเพียงพอ หากสามารถปรับระดับความสูงได้ ก็ควรมั่นใจว่าคุณได้ปรับระดับความสูงให้อยู่ในตำแหน่งพอดีกับจุดที่คุณต้องการเข้าไปถึง
ทั้งนี้ คุณควรเลือกใช้บันไดที่มีความสูงกว่าตำแหน่งงานที่คุณทำ เพื่อให้ในการใช้งานนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องย่อตัว หรือเขย่งเพิ่มเติม เพราะอาจทำให้เสียสมดุล เกิดเป็นอุบัติเหตุได้
นอกจากนี้บันไดที่เลือกใช้จะต้องสามารถรับน้ำหนักของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างดี และหากเป็นงานที่เกี่ยวกับไฟฟ้า วัสดุของบันไดควรเลือกประเภทที่เป็นฉนวนไฟฟ้า
2. ตรวจสอบสภาพบันไดก่อนการใช้งาน
ก่อนการใช้งานให้ตรวจสอบบันไดให้ถี่ถ้วนเสียก่อนว่าตัวบันไดไม่มีบข้อชำรุดบกพร่อง โดยให้ลองเปิด และตั้งบันไดในลักษณะพร้อมใช้เพื่อตรวจสอบว่าบานพับ และส่วนล็อกทุกชิ้นสามารถใช้งานได้ดี
3. ไม่ควรยืนเหยียบบนบันไดขั้นสูงเกินกว่าขั้นที่ 2 หรือ 3 นับจากขั้นบนสุด
เพื่อให้การถ่ายน้ำหนักเป็นไปได้อย่างสมดุล และเพื่อรักษาความปลอดภัย ท่านไม่ควรยืนเหยียบบนบันไดขั้นสูงๆ หรือขั้นที่สูงเกินไปกว่าขั้นที่ 2 หรือ 3 นับจากขั้นบนสุด
4. ไม่ควรใช้งานบันไดเป็นระยะเวลานาน
หรือเกินกว่า 30 นาที เพราะอาจทำให้ผู้ทำงานเกิดความเหนื่อยล้า และเสียสมดุลร่างกายได้
5. ไม่ใช้วิธีการโยน หรือทิ้งสิ่งของ
ในการทำงานโดยมีการใช้บันได คุณควรเลี่ยงการทำงานเพียงลำพัง โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในที่สูงมาก และมีการใช้บันไดแบบพาด หรือบันไดเหล็ก บันไดอลูมิเนียม ควรมีผู้ร่วมงานเพื่อคอยควบคุมพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งไม่ควรใช้วิธีการโยนหรือทิ้งสิ่งของลงสู่พื้น เพราะอาจทำให้เกิดอันตราย เสียหายต่อผู้คนและสิ่งของ

เลือกดูสินค้าประเภท บันได ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/TOO09

10


อากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา ถ้าไร้ซึ่งฮีโร่คู่ใจอย่าง พัดลม หรือ พัดลมติดผนัง ไปแล้วล่ะก็ เห็นทีคนไทยเราคงลำบาก พัดลมติดผนัง ถือเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่นิยมกันทั่วไป พบเห็นได้ในทุก ๆ ครัวเรือน นอกจากจะใช้งานสะดวก ทำงานได้ดี พัดลมลักษณะนี้ยังติดตั้งง่าย และมีประโยชน์เรื่องประหยัดพื้นที่
อย่างไรก็ดี การติดตั้งพัดลมติดผนัง มีข้อคำนึงและข้อระวังอยู่หลายอย่าง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับทุก ๆ คนที่กำลังคิดหาพัดลมประเภทนี้มาใช้ ขอให้ลองศึกษาข้อมูลต่อไปนี้ เพื่อให้การติดตั้งพัดลมเป็นไปอย่างถูกต้องเพื่อการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รู้จักพัดลมติดผนัง
พัดลมติดผนัง หรือ พัดลมผนัง มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพัดลมตั้งโต๊ะ และพัดลมตั้งพื้น โดยประกอบด้วยมอเตอร์ ส่วนใบพัดและตะแกรงครอบหน้าหลัง แต่ไม่มีส่วนของขาตั้งเนื่องจากต้องติดตั้งเข้ากับผนัง กำแพง หรือเสาของตัวอาคาร ทั้งนี้ พัดลมติดผนังรุ่นยอดนิยม คือพัดลมติดผนัง 18 นิ้ว ที่มีขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับทุกๆ ครัวเรือน
พัดลมประเภทนี้มีข้อดีที่ประหยัดพื้นที่ ไม่มีสายไฟเกะกะตั้งตามพื้นเมื่อเปิดใช้งาน สามารถช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ทั่วห้อง คอยปรับอุณหภูมิภายในห้องให้ลดลง ช่วยมอบความเย็นสบายแก่ผู้อยู่อาศัย
ในปัจจุบัน พัดลมติดผนังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา และแบบระบบแผงวงจรดิจิทัล ที่สามารถควบคุมได้ด้วยรีโมทคอนโทรล เหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการลุกขึ้นไปกดปุ่มเปิดปิดสวิตช์ หรือดึงสายเชือกในทุกครั้งที่ต้องการเปิด ปิด หรือปรับระดับความแรงลม
ข้อคำนึงเรื่องการติดตั้งพัดลมผนัง
เลือกพัดลมติดผนังที่มีมาตรฐานมอก. : เนื่องด้วยคนส่วนใหญ่มักใช้งานพัดลมติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน เปิดครั้งละหลายชั่วโมง หรืออาจเปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน ดังนั้น ข้อคำนึงเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกซื้อพัดลมผนังที่มีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับรับรองความปลอดภัย (เครื่องหมายมอก.) เพื่อให้แน่ใจได้ว่าพัดลมที่คุณเลือกใช้ เป็นพัดลมที่ผ่านการทดสอบ มีคุณภาพดี และไม่เป็นอันตราย
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5:
แม้การใช้งานพัดลมจะไม่ได้ทำให้คุณต้องจ่ายค่าไฟแพงเท่าการใช้เครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ดีการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟเบอร์ 5 อย่างพัดลมติดผนังที่มีฉลากประหยัดไฟสามารถให้ความเย็น ความสดชื่นสบายกับคุณได้เท่ากับพัดลมที่มีฉลากเบอร์อื่นๆ ในราคา ต้นทุนค่าไฟที่ถูกกว่า
ตำแหน่งติดตั้งพัดลมติดผนัง:
เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากพัดลมผนัง ท่านควรติดตั้งพัดลมให้ใบพัดสูงกว่าระดับพื้นเกิน 2.3 เมตร และเพื่อความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิด ควรเลี่ยงการติดตั้งพัดลมในที่ที่มีอุณหภูมิสูงจัด ดังเช่น ใกล้เตาไฟ หรือในที่ที่มีความชื้นสูง หรือเปียกน้ำ
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผนังบ้านของคุณมีการเดินท่อสายไฟฝังในผนัง ในการเจาะยึดสกรูเพื่อติดตั้งพัดลมติดผนังนั้น ควรเลี่ยงการเจาะในแนวที่ตั้งฉากกับปลั๊กไฟ เพราะในบริเวณดังกล่าวมักเป็นส่วนของท่อทางเดินสายไฟ หากเจาะเข้าไปอาจทำให้เกิดความเสียหายและเป็นอันตรายได้

สั่งซื้อ พัดลมติดผนัง ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0511

11


คอกาแฟทั้งหลาย เบื่อหรือไม่กับการต้องเดินทางเข้าออกร้านกาแฟดั่งบ้านหลังที่สอง ไหนจะต้องทั้งต่อคิวรอคอยเสียเวลา และเสียเงินมากมาย
จะดีกว่าหรือไม่หากท่านมีเครื่องชงกาแฟสดคู่ใจ คุณภาพดี ที่จะช่วยชงกาแฟถูกปาก รสชาติประทับใจ ให้ท่านได้ประหยัดทั้งเวลาและทรัพย์สมบัติ เรียกได้ว่าเกิดอยากดื่มกาแฟเมื่อไหร่ก็กดชงได้ทันที
หากเห็นตรงกัน ก็ขอชวนมาศึกษาข้อมูล ทำความรู้จักกับประเภทของเครื่องชงกาแฟ ที่นิยมใช้กันในครัวเรือน ตามนี้เลย
1. เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่
เป็นเครื่องชงกาแฟสดที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน สามารถรังสรรค์เมนูกาแฟรสชาติเข้มข้นให้กับคุณ ๆได้ โดยหลักการทำงานของเครื่องชงกาแฟประเภทนี้ คือการใช้ความดันจากไอน้ำกลั่นกาแฟให้ออกมาโดยใช้น้ำน้อยที่สุดเพื่อให้กาแฟมีรสเข้มข้น ข้อดีของเครื่องชงกาแฟประเภทนี้คือรสชาติของกาแฟที่ได้ช่างยอดเยี่ยมเสมือนดื่มในร้านกาแฟชื่อดัง แต่มีข้อเสียที่กระบวนการใช้ เนื่องมาจากการใช้เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่นั้นมีขั้นตอนการใช้งานค่อนข้างซับซ้อน ใช้เวลานานกว่าเครื่องชงกาแฟประเภทอื่นๆ และผู้ใช้จะต้องเรียนรู้วิธีการบดกาแฟ และกะปริมาณอย่างถูกต้อง

2. เครื่องชงกาแฟแคปซูล
เครื่องชงกาแฟแคปซูลคือหนึ่งในนวัตกรรมด้านการชงกาแฟ ที่เปลี่ยนเรื่องการชงกาแฟสดที่ค่อนข้างมีความลำบากให้เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงผู้ใช้นำแคปซูลใส่ลงในกระบอกใส่แคปซูลแล้วกดปุ่ม กาแฟแก้วอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟในทันที เครื่องชงกาแฟชนิดนี้เป็นตัวเลือกเครื่องชงกาแฟยอดนิยม มักมาพร้อมโหมดการทำงานที่ค่อนข้างหลากหลาย สามารถชงเครื่องดื่มได้สารพัดเมนู ตามสูตรของแคปซูลที่คุณเลือกซื้อ อย่างไรก็ดี จุดด้อยของเครื่องชงกาแฟแคปซูล[/b]]เครื่องชงกาแฟแคปซูล คือแคปซูลกาแฟที่ใช้อาจมีราคาแพง และเป็นประเภทที่ต้องใช้แล้วทิ้ง หากจัดการเรื่องการทิ้งหรือรีไซเคิลไม่ดี อาจเกิดเป็นปัญหาขยะและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา

3. เครื่องชงกาแฟสดแบบดริป
อีกหนึ่งประเภทของเครื่องชงกาแฟสดที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย ตัวเครื่องมีราคาไม่แพง ใช้งานง่าย ชงกาแฟได้รวดเร็ว และให้รสชาติการแฟกลมกล่อม ไม่เข้มข้นเกินไป โดยหลักการการทำงานของเครื่องชงกาแฟประเภทนี้ ใช้หลักการความร้อนจากน้ำเดือดค่อยๆ หยดผ่านกาแฟ ผ่านชั้นกรองลงมา สามารถใช้เครื่องนี้ชงกาแฟได้ครั้งละปริมาณมาก เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมดื่มกาแฟหลายแก้ว หรือในครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายคน

4. เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ
มีหลักการทำงานใกล้เคียงกับเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ เนื่องจากมีระบบการทำงานที่จำลองตัวเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ แต่สามารถชงได้สะดวกกว่า และให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นกลมกล่อม ผู้ใช้สามารถใช้งานได้สะดวกเพียงเติมน้ำ เติมเมล็ดกาแฟ และกดปุ่มเมนูที่ต้องการ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีระบบทำความสะอาดแบบอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถนำกาแฟที่ได้มาชงเป็นเมนูอื่นๆ อย่างเช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ ได้ตามความชื่นชอบ

เลือกดูสินค้าประเภท เครื่องชงกาแฟ ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/APP080203

12


หากถามว่าเทรนด์การแต่งห้องชนิดไหนกันนะที่กำลังมาแรงในเวลานี้ เชื่อว่าหลายท่านคงตอบได้เป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “เทรนด์มินิมัล”
เหตุเพราะนอกจากจะช่วยทำให้ห้องสวยดูดี เทรนด์การแต่งห้องแบบมินิมัลนี้ ยังมีต้นทุนไม่แพง เพียงมีอุปกรณ์จัดเก็บอย่าง ตู้เก็บของ ตู้ลิ้นชัก ไม่กี่ชิ้นก็สามารถเสกห้องสวย เปลี่ยนห้องรกให้แลดูมินิมัลสบายตาขึ้นได้

รู้จักสไตล์มินิมัล
“มินิมัล สไตล์” เป็นแนวทางการปรุงแต่งบ้านที่เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่มากด้วยประโยชน์ที่ครบเครื่อง อย่างเช่น ตู้เก็บของ หรือลิ้นชักใส่เสื้อผ้าสไตล์เรียบ ๆ เน้นการใช้สีโทนเรียบ สีโมโนโทนดูสบายตา และนิยมจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบตั้งเว้นระยะห่างกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่ดูกว้างขวาง และไม่แออัด
จุดเด่นของการตกแต่งบ้านแบบมินิมัล
สิ่งที่ทำให้การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมัลเป็นที่นิยม มิใช่เฉพาะรูปแบบที่ดูสวยสบายตาเท่านั้น แต่การแต่งบ้านแนวเรียบง่ายนี้ยังมีประโยชน์อีกหลายประการที่ทำให้คุณทึ่ง
✔️ สุขใจสบายตา: ลองนึกถึงบ้านที่มีข้าวของรกรุงรัง ผู้อยู่อาศัยก็คงรู้สึกไม่สบายใจ ไม่สบายตา แต่หากลองได้โละสิ่งของไม่จำเป็นของที่ไม่ได้ใช้บ่อย ทิ้งลงไปเสียบ้าง หรือเก็บข้าวของให้อยู่ในตู้ลิ้นชัก จัดเก็บเสื้อผ้าที่แขวนรุงรังให้อยู่ในลิ้นชักใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย บ้านของคุณจะดูโล่งสบาย มีพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับอยู่อาศัย อีกทั้งแลดูสบายตา ช่วยให้เจ้าบ้านรู้สึกสุขใจได้ขึ้นทันที
✔️ หมดห่วงเรื่องภูมิแพ้: นอกจากจะดีต่อสุขภาพใจแล้วนั้น การแต่งบ้านแนวมินิมัลยังช่วยให้คุณมีสุขภาพดี นั่นก็เป็นเพราะ เมื่อคุณมีข้าวของน้อยชิ้นลง หรือได้จัดเก็บสิ่งของเข้าไว้ในตู้ลิ้นชักเรียบร้อยอย่างดี ปัญหาเรื่องไรฝุ่นที่เกาะตามสิ่งของต้นเหตุเรื่องภูมิแพ้ หรือความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เรื่องเดินสะดุด หรือข้าวของหล่นแตกก็จะลดลงไปตามกัน
✔️ ทำความสะอาดไม่ยาก: เมื่อบ้านหรือห้องของท่านมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นลง เรื่องของการทำความสะอาดก็จะทำได้ง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว ซอกมุมแหล่งสะสมฝุ่นก็น้อยลง การเช็ดถูปัดกวาดก็ทำได้ทั่วถึงและรวดเร็วได้มากขึ้น
เคล็ดลับการจัดบ้านสไตล์มินิมัล
หากคุณ ๆเริ่มสนใจการแต่งบ้านสไตล์มินิมัล เคล็ดลับง่ายๆ ที่ให้ท่านเริ่มต้นการจัดบ้านแนวนี้ได้ก็คือ จัดการทิ้งข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุด เหลือไว้เฉพาะแต่สิ่งที่จำเป็น และใช้งานเป็นประจำ นอกจากนี้คุณ ๆสามารถจัดหาตู้ลิ้นชัก ตู้เก็บของแบบง่ายๆ ดีไซน์เรียบสวย อาจเป็นลิ้นชักใส่เสื้อผ้า หรือตู้ลิ้นชักพลาสติก ราคาถูก เพื่อใช้จัดเก็บข้าวของที่รุงรังสายตาให้พ้นไป แค่นี้ บ้านของคุณก็จะดูดี เรียบร้อยขึ้นเป็นบ้านมินิมัลแบบในฝันอย่างที่ต้องการ

เลือกซื้อสินค้าหมวด ตู้ลิ้นชัก ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/FUR090202

13


นับเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นประจำครัวเรือนไปเสียแล้ว สำหรับ “เครื่องกรองน้ำ” และ “ไส้กรองน้ำ” ที่ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรก สิ่งเจือปน สารตกค้าง ในน้ำให้หมดไปเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้มีน้ำสะอาดใช้อุปโภคบริโภค
เพื่อประสิทธิภาพการกรองน้ำที่ให้เรามั่นอกมั่นใจได้ ว่าน้ำที่ได้เป็นน้ำสะอาด เหมาะเพื่อการอุปโภคและดื่ม เครื่องกรองน้ำและไส้กรองน้ำ จึงควรได้รับการดูแล บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
วิธีการล้าง และดูแลส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องกรองน้ำ
เครื่องกรองน้ำ และไส้กรองที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีส่วนประกอบที่ค่อนข้างหลากหลาย การดูแลรักษา การทำความสะอาดควรต้องเน้นให้ดูแล ทำความสะอาดในทุกๆ ส่วน
✔️ ทำความสะอาดท่อสารกรองคาร์บอน: หรือส่วนของท่อบรรจุสารกรองคาร์บอน ที่ทำหน้าที่บรรจุสารกรองคาร์บอนซึ่งเป็นผงถ่านสีดำ มีความพรุน คอยทำหน้าที่กำจัดสี และกลิ่นของน้ำ เป็นชั้นกรองที่ช่วยกรองตะกอนใหญ่

การทำความสะอาดส่วนประกอบนี้ ทำได้ง่าย ๆ โดยใช้วิธีการล้างแบบย้อนกลับ (backwash) ปล่อยน้ำล้างย้อนกลับไหลทิ้ง จนได้นำใสสะอาด แนะนำให้ล้าง ทำความสะอาดส่วนประกอบนี้เป็นประจำตามความถี่ในการใช้งาน

✔️ การล้างสารกรองเรซิ่น เมื่อรสชาติของน้ำเปลี่ยนแปลงไป แสดงว่าได้เวลาแล้วที่ท่านอาจต้องล้างทำความสะอาดส่วนของสารกรองเรซิ่น สำหรับวิธีการล้างทำความสะอาดและคืนสภาพส่วนประกอบนี้ ให้ท่านใช้เกลือ 200 กรัม ต่อน้ำประปา 1 ลิตร นำมาเทใส่สารกรองเรซิ่น และแช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นประกอบเข้ากลับเครื่องกรองน้ำ และเปิดเครื่องกรองน้ำทิ้งเพื่อชะล้างความเค็มของเกลือจนหมด

✔️ การล้างไส้กรองเซรามิก: ไส้กรองเซรามิก คือส่วนประกอบที่ทำหน้าที่กรองตะกอนละเอียดต่างๆ เป็นส่วนที่มีความละเอียดสูงคือประมาณ 0.3 ไมครอน สามารถกรองเชื้อโรคและจุลินทรีย์ที่ตกค้างมากับน้ำ

ทั้งนี้ การล้างไส้กรองเซรามิกสามารถทำได้โดยง่าย แค่เพียงใช้ฟองน้ำ แปรงขนอ่อน หรือใยขัดที่ไม่คมทำการขัดไส้กรอง ให้ขัดไปในทิศทางเดียวกัน โดยในขณะขัดให้เปิดน้ำไหลผ่าน เมื่อไส้กรองสะอาด ไร้สิ่งสกปรกอุดตันก็ให้ติดตั้งกลับเข้าในเครื่องกรองเพื่อใช้งานต่อไปได้

✔️ การทำความสะอาดหลอดอัลตร้าไวโอเล็ต: ควรบำรุงรักษาหลอดอัลตร้าไวโอเล็ตอยู่เสมอ เพื่อคงประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ดี ให้หมั่นสังเกตอายุการใช้งานและทำการเปลี่ยนหลอด เมื่อครบชั่วโมงการใช้งานตามที่ระบุในคู่มือ
ในการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ สำหรับใช้ในอาคาร หรือครัวเรือน นอกจากจะต้องพิจารณาจากราคาของเครื่องกรอง ค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนไส้กรองในแต่ละครั้งแล้วนั้น การพิถีพิถันพิจารณาเรื่องวิธีการบำรุงรักษา การทำความสะอาดส่วนประกอบต่างๆ ของตัวเครื่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ให้คุณสอบถามวิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง หรืออ่านตรวจสอบจากคู่มือการใช้ หมั่นดูแลและทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำของท่านให้ได้บ่อยๆ เพื่อคุณภาพของน้ำสำหรับดื่มใช้ ที่มั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดภัยต่อทุกคนในครอบครัว

เลือกซื้อ ไส้กรองน้ำ ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/KIT0903

14
ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ระดับ “พระเอก” ประจำบ้านก็ว่าได้สำหรับ “โซฟา
นอกจากจะเป็นมุมพักผ่อนหย่อนกาย มุมพบปะสังสรรค์ของสมาชิกในบ้านแล้วนั้น โซฟาดีไซน์สวยยังทำหน้าที่เป็นของตกแต่งชิ้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศห้องให้ดูดี ว่าแล้ว เราขอชวนท่านลองทำความรู้จักโซฟาประเภทต่างๆ พร้อมทั้งเคล็ดลับการพิจารณาเลือกสรรโซฟาให้เหมาะกับห้องและการใช้งานของคุณ

1. โซฟาแบบ 2-3 ที่นั่ง
คือโซฟาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในครัวเรือนและสำนักงาน มักมีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับตั้งในห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกของบ้านขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันไม่เกิน 3-4 คน หรืออาจใช้ตั้งในห้องนอน หรือห้องทำงาน เป็นมุมพักผ่อนเล็กๆ ของห้อง โซฟาประเภทนี้มักมีโครงที่ทำด้วยไม้ บุฟองน้ำชนิดต่างๆ มีการเสริมสปริงเพิ่มความนุ่มเด้ง และห่อหุ้มด้วยวัสดุ อาทิเช่น ผ้า หรือ หนังแท้และหนังเทียม

2. โซฟาเซ็ต หรือโซฟาชุด
โซฟาเซ็ตเป็นประเภทโซฟาที่มีขนาดใหญ่ ถูกออกแบบมาให้สามารถนั่งได้หลาย ๆ คน รองรับครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนมาก หรือสำหรับห้องโถง ห้องรับแขกที่รองรับแขกเหรื่อผู้มาเยือนจำนวนมาก โซฟาเซ็ตมักประกอบไปด้วยโซฟาชิ้นหลักขนาดใหญ่ ออกแบบเป็นรูปทรงตัวแอล หรือตัวยู เน้นการใช้งานแบบนั่งพักผ่อน พบปะสังสรรค์กันเป็นหมู่คณะ
โซฟาชุดประเภทนี้เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่กว้างและสูงโปร่ง เนื่องจากโซฟาเซ็ตมีขนาดใหญ่หากเลือกตั้งในห้องขนาดเล็กแล้วนั้น จะทำให้ห้องดูตัน คับแคบจนเกินไป

3. โซฟาเบด หรือโซฟาปรับนอน
คืออีกหนึ่งประเภทของโซฟาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในทุกๆ วัน เนื่องจากมีความพิเศษที่มีสามารถใช้งานได้แบบทูอินวัน คือใช้งานอย่างโซฟาทั่วไป สำหรับนั่งเล่น นอนเล่น พบปะสังสรรค์ และใช้ปรับเป็นที่นอนสำหรับเจ้าบ้านที่ต้องการเอนหลังพักกาย หรือใช้เพื่อรองรับญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมเยียนค้างแรม
ในปัจจุบันมีโซฟาเบดให้เลือกมากมายและมีขนาดค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่ โซฟาที่ปรับเป็นเตียงขนาดย่อมสำหรับนอนได้คนเดียว ไปจนถึงโซฟาปรับนอน ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้นอนได้ 2 คน โซฟาเบดเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ได้แก่ อพาร์ทเม้นท์หรือห้องชุด เหมาะสมกับเจ้าของบ้านที่ต้องการเตียงเสริมแต่มีพื้นที่จำกัด

4. โซฟาเข้ามุม
เป็นโซฟาที่มักออกแบบเป็นรูปตัวแอล มักเป็นโซฟาแบบ 3-4 ที่นั่ง โดยเป็นโซฟาที่มีส่วนเบาะนั่งปกติ และส่วนที่เป็นเบาะยืดยาวออกมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถยืดเหยียดขาได้เพื่อเพิ่มความสบายขณะพักผ่อน โซฟาลักษณะนี้เหมาะกับการตั้งในห้องนั่งเล่น หรือห้องโถงที่มีขนาดกว้างขวาง เพราะว่าโซฟาเข้ามุมมักมีขนาดใหญ่

5. อาร์มแชร์
จัดเป็นโซฟาขนาดย่อมๆ ดูนุ่มสบาย โดยใช้งานได้คนเดียว มีลักษณะเป็นเก้าอี้มีพนักพิง และที่วางแขน เหมาะกับจัดเป็นโซนพักผ่อนขนาดย่อม ในห้องขนาดเล็ก ดังเช่น ห้องทำงาน หรือห้องนอน

เลือกซื้อ โซฟา ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/FUR0805

15


ขึ้นชื่อว่า “จัดตู้เสื้อผ้า” แล้วนั้น นี่คืองานใหญ่ งานยักษ์สำหรับใครหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่ม ๆ สาวๆ สายแฟชั่นทั้งหลายที่มีเสื้อผ้ามากชิ้น อัดแน่นเต็มตู้เสื้อผ้า เมื่อถึงเวลาจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าเมื่อไหร่ เป็นเหนื่อยก่อนได้เริ่มทุกที
เอาล่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ตู้เสื้อผ้าของคุณรกรุงรังอีกต่อไป ลองใช้ 5 steps ต่อไปนี้ช่วย เพื่อเปลี่ยนจากงานจัดตู้เสื้อผ้าแสนยากเป็นงานง่ายในทันตา
1. คัดแยกเสื้อผ้า ทิ้งหรือบริจาค
ขั้นตอนแรกเพื่อเปลี่ยนตู้รกเป็นตู้เรียบร้อย คือเปิดตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนของคุณ ขนย้ายทุกสิ่งทุกอย่างออกจากตู้ แล้วจัดการคัดแยกเสื้อผ้า เริ่มจากแยกประเภทเสื้อผ้าต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่ อาทิเช่น ประเภทที่ใช้ไม่บ่อย เช่นชุดสำหรับเทศกาลต่างๆ เสื้อกันหนาว ชุดว่ายน้ำ ประเภทใช้บ่อย อย่างเช่นชุดทำงาน ชุดอยู่บ้าน นอกจากนี้ หากมีชุดหรือเสื้อผ้าที่คุณไม่ใช้แล้ว อาจเพราะใส่ไม่ได้หรือไม่ชอบ ก็ได้เวลาตัดใจ แยกออกมาเพื่อทิ้ง หรือบริจาค

2. หาอุปกรณ์ช่วยจัดระเบียบ
แม้ตู้เสื้อผ้าที่นิยมใช้กันทั่วไปจะมาพร้อมราวแขวนและลิ้นชักสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า อย่างไรก็ดี เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น คุณสามารถใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อการจัดระเบียบตู้ของคุณ อาทิเช่น กล่องลิ้นชัก ชั้นแขวน หรือกล่องจัดระเบียบ คุณสามารถพับหรือม้วนเสื้อผ้า แบ่งเก็บตามประเภท หรือแยกตามสีสันได้

3.จัดเก็บเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้บ่อย
เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้บ่อย และมีขนาดใหญ่ ได้แก่ เสื้อผ้าตามฤดูกาล ชุดกันหนาว ให้จัดเก็บในกล่องหรือถุงสุญญากาศใส่กล่อง หรือจัดเก็บในกระเป๋าเดินทางเพื่อทั้งประหยัดพื้นที่ตู้เสื้อผ้าของคุณ และเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงที่อาจทำให้ชุดเหล่านี้เสียหาย

4. จัดระเบียบเสื้อผ้าใช้บ่อย
เสื้อผ้าที่ใช้บ่อย ได้แก่ ชุดอยู่บ้าน หรือชุดทำงาน ควรจัดเก็บให้อยู่ในส่วนที่หยิบจับง่าย อาทิเช่นแขวน หรือพับเป็นแนวตั้งเรียงในพื้นที่ด้านหน้าของตู้เสื้อผ้า ท่านสามารถแขวนหรือจัดเรียงเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยมากขึ้นด้วยเทคนิค การจัดเรียงแบบไล่สี การจัดหมวดหมู่เสื้อผ้าตามสี ช่วยให้ตู้ดูเป็นระเบียบสะอาดตา

5. จัดเก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
ในขั้นตอนสุดท้าย คือการจัดเก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ เข้าตู้เสื้อผ้าของท่าน ข้าวของชิ้นเล็กๆ เช่น ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ถุงเท้าและเครื่องประดับ ให้จัดเก็บในลิ้นชักแยกส่วนกัน คุณอาจเลือกใช้อุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติมเพื่อแบ่งสันปันส่วนข้าวของเหล่านี้ให้เป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการหยิบใช้งาน และเพื่อความเรียบร้อยดูดี

และนี่คือ 5 ขั้นตอนง่ายดาย เพื่อการจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าคู่ใจ ลองหาเวลาจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าของท่านบ่อยๆ เพื่อลดปริมาณงานและเวลาในการจัดเก็บของแต่ละครั้ง นอกจากนี้ การเลือกใช้ตู้เสื้อผ้าคุณภาพดี ตู้เสื้อผ้าราคาถูก ที่มีมาตรฐาน และใช้งานได้ตรงใจ คืออีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการจัดเก็บเสื้อผ้าให้ทั้งดูเรียบร้อย และช่วยยืดอายุเสื้อผ้าของคุณให้ใช้ได้ยาวนาน

สั่งซื้อ ตู้เสื้อผ้า ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/FUR0104

หน้า: [1] 2 3 ... 5
รับติดแบนเนอร์เว็บบอล, รับทำseoเว็บบอล