คาสิโนออนไลน์
pussy888

บาคาร่า

คาสิโนออนไลน์

สมัครรับโบนัสคาสิโนออนไลน์

ธงชายหาด

918kiss

pussy888

บาคาร่า

joker123

บาคาร่า

คาสิโน royal g-club

บาคาร่าออนไลน์

เว็บพนันออนไลน์

สล็อตออนไลน์

สล็อตออนไลน์

เกมสลอตออนไลน์

คาสิโน

สล็อตออนไลน์ รับติดป้ายโฆษณา เล่นสล็อตฟรี เว็บแทงบอล สล็อตออนไลน์ แทงบอล

บาคาร่า บาคาร่า บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป สล็อตรวมค่าย บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

pg slot ไนโตรเจนเหลว เตียงเหล็ก รับโปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า แพแอร์กาญจนบุรี รับรีโนเวท

สล็อตออนไลน์

nxcasino

SA Gaming

เว็บเดิมพัน

KUคาสิโน

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

แทงบอลออนไลน์ ufabet sbobet

สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Joker123

pg slot

บาคาร่า

เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Royal palace

AFสูงสุดในไทย

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

สล็อตออนไลน์

เว็บสล็อต อันดับ1

1baccarat

สล็อต

สล็อตออนไลน์

ambbet

pgslot

slotxo

ufamadam

เว็บพนันอันดับ1

dreamgame

แทงบอลออนไลน์

สล็อต

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

sbobet

eb88w.com

สล็อต

ดาฟาเบท

รับโบนัส100%

เกมส์ออนไลน์

บาคาร่า

หวยออนไลน์

nigoal

สล็อตออนไลน์

หวย ฮานอย

แทงบอล

PG SLOT

SLOTXO

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

PostDD

*
  • *****
  • 2978
    • ดูรายละเอียด


เปิดแผนงานหุ้นน้องใหม่ IPO อย่าง บมจ.พีซ แอนด์ ลีฟวิ่ง (PEACE) ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบชั้นนำของประเทศไทยที่มีประสบการณ์เกือบ 30 ปี เตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาสแรกของปี 65 โดยมี บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ด้วยการนำเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 84 ล้านหุ้น คิดเป็น 20% ของทุนจดทะเบียนหลัง IPO

*ตามรอย 3 ทศวรรษผู้พัฒนาอสังหาฯแนวราบชั้นนำ

นายประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PEACE เปิดเผยกับ "อินโฟเควสท์" ว่า จากประสบการณ์เกือบ 30 ปีกลยุทธ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ คือ การนำข้อมูลความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์ใช้พัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นสำคัญ ด้วยการทำงานวิจัยฯหาช่องว่างของตลาดสามารถสร้างศักยภาพการแข่งขันได้เป็นอย่างดี เพราะตลาดอสังหาฯ ในประเทศไทยมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ดังนั้น การเปิดโครงการในทำเลที่มีซัพพลายและดีมานด์มีความสมดุล เป็นส่วนผลักดันการเติบโตผลประกอบการและรักษาศักยภาพทำกำไรได้ดีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

จุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบโครงการประเภทรีสอร์ทในจังหวัดกาญจนบุรี และประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นับจากอดีตถึงปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการมาแล้วรวมทั้งสิ้น 25 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.65 หมื่นล้านบาท ภายใต้เป้าหมายปิดการขายโครงการภายใน 2?3 ปีสำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่เกิน 200 ยูนิต และภายใน 3-5 ปีสำหรับโครงการที่มีมากกว่า 200 ยูนิต

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 64 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและรอโอนรวม 7 โครงการ มูลค่ารวม 4.71 พันล้านบาท และมียอดขายรอโอน (Backlog) ราว 600 ล้านบาท ส่วนในปี 65 บริษัทมีแผนโครงการใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 3.04 พันล้านบาท

*5 แบรนด์ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์

นายประสพศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมแบบ 2 ชั้น และ 3 ชั้น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้แบรนด์ "The Glamor" "Cordiz" และ "Cher" และแบรนด์ใหม่ล่าสุด คือ "Cherene" และ "CHEREA VICINITY" แต่ละโครงการเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศร่มรื่น สงบ มีความเป็นส่วนตัว การเดินทางสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ บนทำเลที่ดีตอบโจทย์การใช้ชีวิต ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

"บริษัทให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก โดยฝ่ายการตลาดและการขายจะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลภาวะอุตสาหกรรมและวิจัยตลาดอย่างสม่ำเสมอ (Market Research) เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของภาวะอุตสาหกรรม สภาวะตลาด การแข่งขันในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เพื่อเข้าถึงข้อมูลกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ความต้องการของผู้บริโภคและความเป็นไปได้ของโครงการ"นายประสพศักดิ์ กล่าว
*ระดมทุนซื้อที่ดิน-ต่อยอดคอนโดฯ

แผนการระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปซื้อที่ดินที่มีศักยภาพและต่อยอดพัฒนาโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตที่อยู่อาศัยกลุ่มคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นกระจายพอร์ตที่อยู่อาศัยให้หลากหลายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากขึ้น

"ปี65 เชื่อว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯแนวราบจะได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มักมองหาบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันในด้านต่างๆที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริง

ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาลทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัว เอกชนเดินเครื่องธุรกิจเกิดการจ้างงาน ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนดีขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพ และการผ่อนคลายมาตรการ LTV เป็นการปลดล็อกตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาคึกคักขึ้น เนื่องจากลูกค้าสามารถกู้ซื้อบ้านได้เต็มมูลค่า ส่งผลให้ประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย สามารถกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้เพิ่มขึ้น"นายประสพศักดิ์ กล่าว
 

รับติดแบนเนอร์เว็บบอล, รับทำseoเว็บบอล